ความโกรธเกรี้ยวที่ยากจะบรรยายพลันก่อตัวขึ้นในใจลู่เยี่ยน เดิมทีเขาคิดว่าตนกับเวินเนี่ยนต่างมีใจให้กัน ไม่คิดเลยว่าเวินเนี่ยนจะอยากได้ทั้งของในชาม ทั้งยังหมายตาของในหม้ออีกด้วย
สิ่งนี้แตกต่างจากที่เวินเนี่ยนบอกเขาในช่วงหลายวันที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง
เวินเนี่ยนบอกเขาว่าเธอใกล้จะเลิกกับเจียงจาวเหยี่ยแล้ว อีกไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ก็จะได้คบกับเขา
แต่ตอนนี้พอได้ยินจากปากเจียงหลินว่าเวินเนี่ยนจะไปเที่ยวกับเจียงจาวเหยี่ยในสัปดาห์หน้า เวินเนี่ยนเห็นเขาเป็นอะไรกันแน่?
คิดจริง ๆ หรือว่าตัวเองจะปั่นหัวเขาได้อยู่หมัด?
สีหน้าของลู่เยี่ยนเย็นชา เขาเงยหน้าขึ้นมองเจียงหลินที่อยู่ตรงหน้า น้ำเสียงไร้อารมณ์ใด ๆ “ได้ สัปดาห์หน้าเราไปด้วยกัน”
ในเมื่อเวินเนี่ยนอยากเล่นเกมแบบนี้ เกมที่ไม่ดีต่อใจ เขาก็ไม่จำเป็นต้องเว้นตำแหน่งแฟนสาวไว้ให้เธออีก
เจียงหลินได้ยินดังนั้น แววตาก็ฉายประกายยินดีขึ้นมาวูบหนึ่ง
เธอปาดน้ำตาพลางยิ้มออกมา “รู้อยู่แล้วว่าพี่เยี่ยนยังมีฉันอยู่ในใจ”
“ช่วงนี้บริษัทคงยุ่งมาก พี่เยี่ยนถึงได้อารมณ์ไม่ดีใช่ไหม?”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะปรากฏตัวเฉพาะตอนที่พี่เยี่ยนต้องการ” เจียงหลินมีสีหน้าจริงใจ แววรักในดวงตาราวกับจะเอ่อล้นออกมา
ลู่เยี่ยนหลุบตาลง พอสังเกตเห็นแววตาเช่นนั้นของเจียงหลิน เขาก็เบือนหน้าหนี
เจียงหลินรักเขา เรื่องนี้เขารู้ดี
ก่อนหน้านี้เขาอาจเคยชอบเธอ แต่เมื่อเทียบกับความรักใคร่ที่มีต่อเวินเนี่ยนแล้ว ความรู้สึกชอบเพียงน้อยนิดนั้นแทบไม่มีค่าให้กล่าวถึง
ตอนนี้ลู่เยี่ยนอัดอั้นด้วยความโกรธ เขาไม่อยากยอมรับว่าตัวเองขาดเวินเนี่ยนไม่ได้
ส่วนคำขู่ที่เคยพูดกับเวินเนี่ยนก่อนหน้านี้ เขาข่มความคิดที่เริ่มไหวเอนเอาไว้ แล้วบอกตัวเองว่าเวินเนี่ยนยังไม่คู่ควรให้เขาทำถึงขนาดนั้น
