เจียงจาวเหยี่ยเคยคบหากับผู้หญิงมาหลากหลายรูปแบบ ต่อให้ตอนแรกจะเป็นสาวน้อยบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ขอแค่ให้เงินมากพอ สุดท้ายก็กลายเป็นพวกยั่วสวาทที่ส่ายสะโพกอยู่บนเตียงทั้งนั้น
แต่พอนึกถึงแฟนสาวตัวน้อยของตัวเองที่เพิ่งเข้าปีหนึ่ง ยังไม่ถูกสังคมหล่อหลอม ตอนนี้เธอก็เหมือนกระดาษเปล่าแผ่นหนึ่ง
เธอจะเป็นอย่างไร สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับเขาเป็นคนกำหนด
พอความคิดนี้ผุดขึ้นมา เจียงจาวเหยี่ยก็รู้สึกว่าการเลี้ยงดูแฟนสาวตัวน้อยสักคนก็ดูไม่เลวเหมือนกัน
ก่อนที่เขาจะหมดความสนใจในตัวเธอ เขายินดีปกป้องความบริสุทธิ์ของเธอไว้
【เจ】:“เบบี๋ เราคุยกันมานานขนาดนี้แล้ว เจอกันหน่อยไหม?”
【คิดถึงไม่รู้ลืม】:“เอ๊ะ? เพิ่งเดือนเดียวเอง...ฉันยังไม่ค่อยอยากเจอเลย ขอให้แน่ใจก่อนว่าคุณไม่ใช่คนไม่ดี ถึงจะวางใจไปเจอคุณได้”
【เจ】:“ก็ได้ งั้นคุณสามีคงต้องพยายามต่อไปแล้ว (ร้องไห้)”
【เจ】:[โอนเงิน¥52000]
【เจ】:“วันเปิดเทอมวันแรกมีเรื่องให้ใช้เงินเยอะ ชอบอะไรก็ซื้อเองเลย ถ้าเงินไม่พอก็บอกพี่นะ”
เวลาที่เจียงจาวเหยี่ยคบกับเวินเนี่ยน เขามักใจกว้างเสมอ ไม่อย่างนั้นดูจากหน้าตาของแฟนสาวตัวน้อยแล้ว ต่อให้เขาไม่ให้เงินใช้ ผู้ชายข้างนอกก็ต้องเอาเงินมาให้เธออยู่ดี
【คิดถึงไม่รู้ลืม】:“ขอบคุณค่ะพี่ชาย จุ๊บ ๆ~”
เจียงจาวเหยี่ยหัวเราะเบา ๆ เขาพบว่าการคบกันแบบรักใส ๆ ก็รู้สึกไม่เลวเหมือนกัน
แต่...ช่วงแรกจะเล่นแบบนี้เป็นเพื่อนเธอไปก่อนก็ได้ หากต่อไปยังจริงจังแบบนี้อยู่คงหมดสนุกพอดี
หลังตอบข้อความเจียงจาวเหยี่ยแล้ว เวินเนี่ยนก็หลุบตาลง มุมปากยกเป็นรอยยิ้มบาง ๆ
เจียงจาวเหยี่ย เพื่อนสนิทของพระเอกในต้นฉบับ และเป็นพี่ชายของนางเอกที่ได้ขึ้นเป็นตัวจริง
หวังว่าเขาจะช่วยได้มากหน่อย จะได้ทำให้เธอได้เข้าใกล้พระเอกเร็วขึ้น
ไม่อย่างนั้นตามสถานะของเธอในตอนนี้ กว่าจะได้พบพระเอกก็ต้องรออีกครึ่งปี นานเกินไป เธอไม่อยากรอ
เพื่อนร่วมห้องคนอื่น ๆ ทยอยกันมาถึง พอเห็นหน้าตาของเวินเนี่ยนเข้า ทุกคนก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี
หนี่วาเอ๊ย เธอนี่มัน......
“ฉันชื่อเวินเนี่ยน เวินที่แปลว่าอบอุ่น เนี่ยนที่แปลว่าคิดถึงไม่รู้ลืม” เวินเนี่ยนยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน ดวงตาดูใสกระจ่างและสุกสว่าง
วินาทีที่เวินเนี่ยนพูดจบ ทุกคนก็ได้สติกลับมา แล้วเริ่มแนะนำตัวเองบ้าง
ตอนแรกพวกเธอคิดว่าเวินเนี่ยนคงเป็นสาวสวยที่ดูเข้าถึงยาก ไม่นึกเลยว่าเสียงพูดจะไพเราะขนาดนี้ แถมท่าทางยังดูเป็นคนอัธยาศัยดีอีกด้วย
ตอนกลางคืน เวินเนี่ยนเห็นเจียงจาวเหยี่ยโทรวิดีโอมา เธอก็กดตัดสาย
【คิดถึงไม่รู้ลืม】:“พี่ชาย ฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ยังไม่ได้เป่าผมเลยค่ะ”
ความไม่พอใจของเจียงจาวเหยี่ยเพราะถูกตัดสายค่อย ๆ ลดลง เขาข่มความหงุดหงิดไว้ แล้วส่งข้อความหาเวินเนี่ยน
【เจ】:“เบบี๋ รีบเป่าผมเร็ว คุณสามีรอแทบไม่ไหวแล้ว”
【คิดถึงไม่รู้ลืม】:“พี่เร่งฉันเหรอ?”
ความคิดลามกเต็มหัวของเจียงจาวเหยี่ยชะงักไปเล็กน้อย แววสำนึกผิดวาบผ่านดวงตา เขาลืมไปได้อย่างไรว่ายัยตัวแสบคนนี้เอาแต่ใจกว่าน้องสาวเขาเสียอีก!
【เจ】:“เบบี๋ ไม่เลย ๆ คุณสามีรักเธอแทบไม่ทัน จะทำใจเร่งเธอได้ยังไง?”
เจียงจาวเหยี่ยปลอบตัวเองในใจว่า ก่อนจะได้ลิ้มลองสาวน้อย เขาก็ไม่ถือสาที่จะคอยเอาใจเธอ
ยังไงก็ไม่มีใครรู้
หลังอาบน้ำเสร็จ เวินเนี่ยนปล่อยผมดำที่ยังชื้นเล็กน้อยลงมา ปอยผมสองสามเส้นแนบอยู่ข้างลำคอขาวผ่อง หยดน้ำค่อย ๆ ไหลไปตามแนวไหปลาร้า
เธอสวมชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาวล้วนทรงหลวม เนื้อผ้านุ่มและบาง ทิ้งตัวคลอเคลียอยู่บนไหล่ คอเสื้อเปิดออกเล็กน้อย เผยผิวขาวเนียนกระจ่างใส
พอเป่าผมแห้งแล้ว เวินเนี่ยนก็นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง รูดม่านเตียงปิด สวมหูฟัง จากนั้นใช้นิ้วปัดหน้าจอโทรศัพท์อย่างลวก ๆ แล้วโทรวิดีโอหาเจียงจาวเหยี่ย
เสียงเรียกเข้าดังแค่สองสามครั้ง อีกฝ่ายก็รับสายทันที
หน้าจอสว่างขึ้นในพริบตา คิ้วตางดงามโดดเด่นของเจียงจาวเหยี่ยปรากฏชัดตรงหน้า เขามีเครื่องหน้าคมชัดเป็นมิติ นอนเอกเขนกอยู่บนโซฟา ดูหล่อเหลาอย่างไม่ใส่ใจ
เขามองแฟนสาวตัวน้อยของตัวเอง เธอในหน้าจอดูสะอาดบริสุทธิ์ไร้ฝุ่นแปดเปื้อนแม้แต่น้อย
ผมที่ยังชื้นอยู่เล็กน้อยทิ้งตัวลงบนไหล่ ขับให้ใบหน้าดูเล็กบอบบางและงดงาม หางตาตกลงเล็กน้อย ดูบริสุทธิ์และว่าง่าย
ชุดนอนตัวหลวมปิดบังรูปร่างงดงามไว้ไม่มิด ตรงคอเสื้อเพียงก้มลงนิดเดียวก็เห็นภาพชวนมองได้เต็มตา
ผิวที่ชุ่มชื้นจากไอน้ำขาวผ่องจนดูเปล่งประกาย ความเขินอายละมุนละไมบนใบหน้าผสานกับเสน่ห์เย้ายวนที่เผยออกมาโดยไม่ตั้งใจ ดูบริสุทธิ์แต่ชวนให้ใจหวั่นไหว
“พี่ชาย ทำไมไม่พูดล่ะคะ?” เสียงของเวินเนี่ยนนุ่มนวล น้ำเสียงสนิทสนม แววตาแฝงรอยยิ้มบาง ๆ เธอมองกล้องอย่างไร้การระแวดระวัง
เจียงจาวเหยี่ยที่อยู่อีกฝั่งของหน้าจอมองหญิงสาวในภาพเงียบ ๆ แววตาค่อย ๆ ถูกแต่งแต้มด้วยความมืดหม่นที่พลุ่งพล่าน เต็มไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า
ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงอย่างควบคุมไม่ได้ สายตาจับจ้องใบหน้าของเธอแน่วแน่ น้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนหวานเจือความแหบพร่าที่แทบสังเกตไม่ออก “เบบี๋ ดึงคอเสื้อลงหน่อยได้ไหม?”
เวินเนี่ยนได้ยินแล้วก็ยกมือขึ้นบังกล้อง ทำให้ดูเหมือนกำลังเขินอาย
“ไม่เอาค่ะ พี่ชาย อย่าทำแบบนั้นได้ไหม...อย่า......” เธอพูดตะกุกตะกัก ราวกับเขินจนพูดไม่ออก
“ไม่เอาอะไร?” เจียงจาวเหยี่ยหัวเราะเสียงต่ำ ความปรารถนาในดวงตายิ่งลึกล้ำขึ้น
เมื่อเจอปฏิกิริยาไร้เดียงสาของเวินเนี่ยน เจียงจาวเหยี่ยก็ยอมรับว่าตัวเองมันเดรัจฉาน เขาอยากจะใช้......กับเธอตอนนี้เลย
“อย่าทำอะไรแปลก ๆ สิคะ” เวินเนี่ยนพูดเสียงเบา เธอขยับเข้าไปใกล้กล้องอย่างมีความหวัง พยายามใช้ความจริงใจทำให้เจียงจาวเหยี่ยใจอ่อน
เจียงจาวเหยี่ยชี้ริมฝีปากตัวเอง “งั้นจูบคุณสามีสักทีสิ”
เวินเนี่ยนหน้าแดงราวกับลูกท้อฉ่ำหวาน เธอค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้กล้อง แล้วแสร้งทำเป็นจูบเจียงจาวเหยี่ย
ตอนที่เวินเนี่ยนขยับเข้ามา แววตาของเจียงจาวเหยี่ยก็มืดลงทันที ในสายตาของเขา มองเห็น......ของแฟนสาวตัวน้อย
เขาหลับตาลง แล้วพบว่าตัวเองเป็นเหมือนสัตว์ที่กำลังติดสัด......
“อืม...เบบี๋ เรียกฉันว่าคุณสามีสักครั้งได้ไหม?”
“ตอนนี้คุณสามีทรมานมาก......”
.......
เจียงจาวเหยี่ยพูดไปพลาง ......ก็ไม่หยุดพักไปด้วย
เวินเนี่ยนมองเจียงจาวเหยี่ยในหน้าจอที่มีสีหน้าเคลิบเคลิ้ม กับภาพหน้าจอที่สั่นไหวเล็กน้อย แล้วก้มหน้าลง ทำท่าเขินอาย
“ฉันไม่เอาหรอกค่ะ”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงเขินอายของเวินเนี่ยนข้างหู เจียงจาวเหยี่ยก็ครางอือในลำคอ
ผ่านไปสิบกว่านาที
“เบบี๋ เธอเก่งมาก......” เจียงจาวเหยี่ยหอบหายใจแรง ดวงตาฉ่ำวาวไปด้วยน้ำ
เขาพบว่าแรงดึงดูดที่เวินเนี่ยนมีต่อตัวเองนั้นมากผิดปกติ เพียงประโยคเดียวก็ทำให้เขา......
“สัปดาห์หน้าเราเจอกันนะ ได้ไหม?”
“ถึงตอนนั้นฉันจะแนะนำเธอให้เพื่อนกับน้องสาวรู้จัก” เพื่อหลอกให้เวินเนี่ยนยอมออกมา เจียงจาวเหยี่ยจึงเลือกใช้ลู่เยี่ยนกับน้องสาวเป็นผู้ช่วยอย่างไม่รู้สึกผิดสักนิด
เดิมทีเจียงจาวเหยี่ยแค่อยากพาเวินเนี่ยนไปเที่ยวเล่นกับกลุ่มเพื่อนเสเพลของเขา แต่พอเห็นเวินเนี่ยนในหน้าจอทำท่าว่าง่ายและบริสุทธิ์ หัวใจของเขาก็อ่อนลงเล็กน้อย
ช่างเถอะ เดี๋ยวจะทำให้ภรรยาตกใจเอา
