เรื่องที่เจียงจาวเหยี่ยจะพาเธอไปแนะนำให้คนใกล้ชิดรู้จัก เวินเนี่ยนรู้ดีว่าเขาคิดวางแผนอะไรอยู่
เธอเป็นนักศึกษาสาวใสซื่อไม่ประสีประสา เมื่อต้องไปพบหน้ากันจริง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่กล้าหาญไม่น้อย ย่อมต้องมีความกังวลอยู่บ้าง
แต่พอเจียงจาวเหยี่ยพูดเสียอย่างนี้ เปลี่ยนจากการนัดพบกันเป็นการสังสรรค์กับเพื่อน ความกังวลของนักศึกษาคนหนึ่งก็ลดน้อยลง
รอยยิ้มของเวินเนี่ยนจริงใจขึ้นกว่าเดิม เธอเงยหน้าขึ้นสบตาแล้วเอ่ยเสียงเบา “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ”
ใกล้จะได้เจอบุตรแห่งโชคชะตาแล้ว รีบทำให้เธอได้กินเขาเสียที เธอหิวแทบแย่อยู่แล้วจริง ๆ
เมื่อได้ยินเวินเนี่ยนตอบตกลง เจียงจาวเหยี่ยก็ข่มความตื่นเต้นในใจไว้ ไม่ให้เธอเห็นท่าทางน่าอับอายของเขา
หลังจากเจอกันแล้ว ต่อไปควรทำอะไรดีนะ หวังว่าแฟนสาวตัวน้อยของเขาจะไม่ทำให้ผิดหวัง
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เวินเนี่ยนเพิ่งบอกที่อยู่มหาวิทยาลัยให้เจียงจาวเหยี่ยรู้ในวันสุดท้าย
【คิดถึงไม่รู้ลืม】: [ตำแหน่ง]
【คิดถึงไม่รู้ลืม】: “มารับฉันตอนหนึ่งทุ่มนะคะ พี่”
【คิดถึงไม่รู้ลืม】: “วันนี้เรียนทั้งวัน เหนื่อยจังเลยค่ะ”
เจียงจาวเหยี่ยเพิ่งชวนลู่เยี่ยน เพื่อนสนิทของเขาเสร็จ ก็เห็นตำแหน่งที่แฟนสาวส่งมา
ที่อยู่มหาวิทยาลัยจิงต้า
เจียงจาวเหยี่ยเลิกคิ้วขึ้นนิด ๆ บังเอิญขนาดนี้เชียวหรือ?
ดันเป็นมหาวิทยาลัยเดียวกับน้องสาวเขาเสียด้วย
แต่ปีนี้เจียงหลินเรียนปีสุดท้ายแล้ว ช่วงนี้ไม่มีเรียนเท่าไร จึงไม่ได้อยู่ที่มหาวิทยาลัย
【เจ】: [โอนเงิน 52,000 หยวน]
【เจ】: “เติมพลังให้เบบี๋ (หัวใจ)”
เวินเนี่ยนชินกับการที่เจียงจาวเหยี่ยโอนเงินให้เธอเป็นว่าเล่นแล้ว
【คิดถึงไม่รู้ลืม】: “ขอบคุณนะคะพี่ ตอนนี้มีพลังเต็มเปี่ยมแล้ว~”
【คิดถึงไม่รู้ลืม】: “จริงสิคะพี่ ฉันอยากเลือกของขวัญให้คุณอาที่สนับสนุนค่าเรียนฉัน พี่คิดว่าซื้ออะไรถึงจะเหมาะคะ?”
【คิดถึงไม่รู้ลืม】: “ฉันมีแค่ช่องทางติดต่อผู้ช่วยของเขา ฉันซาบซึ้งในน้ำใจของคุณอาคนนี้มากจริง ๆ ค่ะ”
เจียงจาวเหยี่ยรู้ว่าคุณอาที่เวินเนี่ยนพูดถึงคือใคร ตั้งแต่ก่อนคบกัน เวินเนี่ยนก็เคยเล่าให้ฟังถึงผู้ใจดีที่สนับสนุนค่าเล่าเรียนของเธอ
เธอบอกว่าผู้ใจดีคนนี้เริ่มช่วยเหลือเธอตั้งแต่เรียนมัธยมต้น
แม้เธอจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว เขาก็ยังโอนเงินให้ไม่เคยขาด
【เจ】: “เดี๋ยวกินข้าวเสร็จ เราไปเดินดูของกันนะ”
【คิดถึงไม่รู้ลืม】: “ได้เลยค่ะ ตั้งตารอเจอพี่เป็นครั้งแรกคืนนี้นะคะ”
เจียงจาวเหยี่ยหัวเราะเบา ๆ เขารู้ว่าตอนนี้ตัวเองเหมือนจะหลงเธอเข้าให้แล้ว แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก
ผู้หญิงคนหนึ่ง ต่อให้นอนด้วยกันหลายครั้ง สุดท้ายก็ต้องเบื่ออยู่ดี
ผู้หญิงแบบไหนในแวดวงนี้ที่เขาหาไม่ได้บ้าง?
ตอนนี้เขาแค่รู้สึกว่าเวินเนี่ยนแปลกใหม่ดี ถ้าอยากได้สาวใสบริสุทธิ์ ก็มีผู้หญิงมากมายแย่งกันเข้าหาเขาอยู่แล้ว
หลังเรียนทั้งวันจบลง เวินเนี่ยนกลับหอพักไปอาบน้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนเปลี่ยนเป็นชุดเดรสสีขาวที่ขับให้เอวคอดบางจนแทบรวบได้ด้วยมือเดียว
เวินเนี่ยนในกระจกแต่งหน้าอ่อน ๆ คิ้วตาสะอาดใส ผิวขาวเนียนละเอียด ริมฝีปากแต้มลิปสีส้มอ่อน ผมยาวดำขลับสลวยทิ้งตัวลงบนไหล่ มีที่หนีบผมรูปดอกพุดซ้อนติดอยู่ เสริมให้ดูสดชื่นสง่างาม
เวินเนี่ยนในตอนนี้แผ่กลิ่นอายความบริสุทธิ์ที่ยังไม่ถูกปรุงแต่ง แววตาพริบไหวแต่ละครั้งชวนให้รู้สึกงามละมุน
เวลานี้ ริมถนนข้างมหาวิทยาลัยจิงต้ามีรถซูเปอร์คาร์หรูจอดอยู่ สีแดงฉูดฉาดสะดุดตาเป็นพิเศษ
ระหว่างนั้นมีนักศึกษาทั้งชายและหญิงไม่น้อยที่อยากเข้าหาเจียงจาวเหยี่ย ตอนนี้ริมถนนจึงเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
นักศึกษาสาวคนหนึ่งที่แต่งตัวดูใสบริสุทธิ์เคาะกระจกรถของเจียงจาวเหยี่ย
กระจกรถค่อย ๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าด้านข้างหล่อเหลาและเปี่ยมเสน่ห์ของเจียงจาวเหยี่ย
เขาเอียงหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มบนคิ้วตาเจือความไม่ใส่ใจอยู่หลายส่วน ดวงตาหงส์คู่นั้นชวนให้คนใจสั่น ทั้งตัวแผ่กลิ่นอายเจ้าชู้สบาย ๆ
เจียงจาวเหยี่ยวางปลายนิ้วพาดขอบหน้าต่างรถอย่างเกียจคร้าน เป็นสัญญาณว่าเธอพูดได้
หญิงสาวหน้าแดง พลางเผยความในใจอย่างเขินอายและยื่นคิวอาร์โค้ดของตัวเองไปตรงหน้าเจียงจาวเหยี่ย
เมื่อเห็นท่าทางของหญิงสาว เจียงจาวเหยี่ยก็หัวเราะเสียงต่ำ น้ำเสียงเกียจคร้านเย้ายวน คำพูดฟังดูหยอกล้อแต่ยังรู้จักขอบเขต “ขอโทษนะ ผมกำลังรอแฟนอยู่”
หลังถูกปฏิเสธ หญิงสาวก็ไม่ย่อท้อ เธอพูดเสียงเบาว่า “พี่คะ หนูไม่ให้พี่สาวรู้หรอกค่ะ”
คำพูดนี้ไม่ได้ทำให้เจียงจาวเหยี่ยแปลกใจเลย ในแวดวงนี้มีผู้หญิงที่กล้ากว่าสาวคนนี้นับไม่ถ้วน
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงไม่รังเกียจที่จะสานสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับหญิงสาวคนนี้ แต่ตอนนี้มีอาหารจานใหญ่อยู่ตรงหน้าแล้ว ของว่างจืดชืดก็ไม่น่าสนใจอีกต่อไป
“ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง?” เจียงจาวเหยี่ยมองหญิงสาวอย่างหงุดหงิด หากแฟนสาวตัวน้อยเข้าใจผิดขึ้นมา เขาจะไปร้องไห้กับใครกัน?
เมื่อเห็นว่าเจียงจาวเหยี่ยเอาจริง หญิงสาวก็จำต้องจากไปอย่างเสียดาย แต่ไม่ได้ไปไหนไกล เธอเองก็อยากรู้ว่าผู้หญิงแบบไหนถึงคู่ควรกับการที่ทายาทเศรษฐีคนนี้ทะนุถนอมขนาดนั้น
เวินเนี่ยนออกจากประตูมหาวิทยาลัยก่อนเวลานัดสิบนาที แล้วส่งข้อความหาเจียงจาวเหยี่ย
【คิดถึงไม่รู้ลืม】: “พี่คะ ฉันออกมาแล้ว ตอนนี้พี่อยู่ที่ไหนคะ?”
【คิดถึงไม่รู้ลืม】: [รูปภาพ]
เมื่อเห็นข้อความที่เวินเนี่ยนส่งมา เจียงจาวเหยี่ยก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรง เขาหัวเราะเยาะตัวเองเบา ๆ ทำไมถึงตื่นเต้นเหมือนเด็กหนุ่มเพิ่งหัดรักไปได้?
ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย
เจียงจาวเหยี่ยลงจากรถ วันนี้เขาแต่งตัวสบาย ๆ แต่ยังคงสะดุดตา อาศัยรูปที่เวินเนี่ยนส่งมา เขาก็หาเธอเจออย่างรวดเร็ว
เวินเนี่ยนเห็นเจียงจาวเหยี่ยเดินตรงมาหา ก็รู้สึกเขินอายขึ้นมา พอเขามาหยุดอยู่ตรงหน้าแล้ว เธอกลับยืนเอ๋อเหมือนคนโง่ ไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไง
เจียงจาวเหยี่ยมองเวินเนี่ยนตัวจริง ลูกกระเดือกพลันขยับขึ้นลงโดยไม่รู้ตัว
เวินเนี่ยนตัวจริงสวยกว่าตอนอยู่ในวิดีโอเสียอีก งามราวกับมีฟิลเตอร์เพิ่มขึ้นมาอีกชั้น
“เบบี๋” เขาเรียก
เวินเนี่ยนไม่คิดว่าเจียงจาวเหยี่ยจะเรียกเธอแบบนี้ต่อหน้า ใบหน้าสวยพลันแดงระเรื่อ น้ำเสียงอ่อนโยนเจือความเขินอาย “เรียกชื่อฉันตอนเจอกันจริง ๆ ก็พอค่ะ”
เจียงจาวเหยี่ยได้ยินแล้วก็หัวเราะ ก่อนจะจับมือเวินเนี่ยนอย่างเป็นธรรมชาติ
สัมผัสแรกคือความนุ่มนิ่ม
นุ่มมาก
เจียงจาวเหยี่ยจูงมือเวินเนี่ยน พาเธอไปนั่งที่เบาะข้างคนขับด้วยตัวเอง
หลังปิดประตูรถ เขาก็กลับไปนั่งตรงที่นั่งคนขับ แล้วโน้มตัวไปช่วยเวินเนี่ยนดึงเข็มขัดนิรภัย
แขนของเขาพาดผ่านตัวเธอ พื้นที่แคบ ๆ ทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น
กลิ่นดอกพุดซ้อนหวานละมุนชวนให้เคลิบเคลิ้มพุ่งเข้าจมูกเจียงจาวเหยี่ย ผสมกับกลิ่นสะอาดสดชื่นจากตัวเธอ จนชวนให้หัวใจคันยุบยิบ
เจียงจาวเหยี่ยก้มตาลง มองใบหน้าด้านข้างอ่อนโยนบริสุทธิ์ของเวินเนี่ยนในระยะใกล้ ผิวของเธอขาวเนียนกระจ่าง ขนตาสั่นไหวเบา ๆ ดูว่าง่ายและอ่อนหวาน
ความไม่ยอมอยู่ใต้กฎเกณฑ์และความปรารถนาที่ฝังลึกในตัวเขายากจะข่มไว้ เขาก้มหน้าลงประทับจูบเบา ๆ บนแก้มของเวินเนี่ยน
ร่างของเวินเนี่ยนแข็งเกร็งขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าของเธอแดงยิ่งกว่าเดิม
เมื่อเห็นปฏิกิริยาเขินอายของหญิงสาว เจียงจาวเหยี่ยก็ยิ้มอย่างเกียจคร้านอยู่ในดวงตา
เขาพูดเสียงแหบต่ำว่า “เบบี๋ไวต่อสัมผัสจัง เพิ่งเริ่มเองนะ...”
เวินเนี่ยนผลักเจียงจาวเหยี่ยที่ทาบทับอยู่บนตัวออก แล้วโต้เสียงเบาว่า “พี่ฉวยโอกาสตอนฉันไม่ทันตั้งตัวต่างหาก ฉันแค่ยังไม่ทันตั้งสติค่ะ”
เจียงจาวเหยี่ยนั่งตัวตรง แล้วหัวเราะเสียงต่ำกับคำพูดของเวินเนี่ยน
ลูกแมวน้อยที่ทั้งดุทั้งอ่อนหวาน
“ได้ ๆ เป็นความผิดพี่เอง เบบี๋ของพี่เก่งจะตาย จะทนจูบแค่นี้ไม่ไหวได้ยังไงล่ะ”
