บนโซฟาที่อยู่ไม่ไกล เผยจิ่นชวนกำลังก้มหน้าอ่านเอกสารอยู่
เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่รีดเรียบกริบ พับแขนเสื้อขึ้นถึงท่อนแขน นิ้วยาวคีบบุหรี่มวนหนึ่งไว้
ควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่งขึ้นมา
เขาพลิกเอกสารเป็นครั้งคราว สีหน้าสงบนิ่ง ราวกับไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวหลังฉากกั้นเลยสักนิด
ประตูถูกผลักเปิดในจังหวะนั้น
เวินเยี่ยนเฉินเดินเข้ามา แต่กลับหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าประตู
ในอากาศมีกลิ่นเหล้า กลิ่นน้ำหอม และกลิ่นยาสูบจาง ๆ ปะปนกัน
สายตาของเวินเยี่ยนเฉินกวาดผ่านรองเท้าส้นสูงที่วางอยู่ข้างโซฟา หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเพียงเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น
“ที่นี่เปลี่ยนเป็นโรงแรมตั้งแต่เมื่อไหร่?”
เผยจิ่นชวนเงยหน้าขึ้น ก่อนจะยิ้ม
“มาแล้วเหรอ?”
เวินเยี่ยนเฉินไม่สนใจเขา
เขาเดินตรงไปยังหน้าต่าง แล้วยกมือผลักหน้าต่างบานหนึ่งออก
สายลมพัดกรูเข้ามาทันที
เสียงเคลื่อนไหวหลังฉากกั้นก็หยุดลงเช่นกัน
ไม่นานนัก เซี่ยหลินเย่าก็เดินออกมาจากด้านใน
เสื้อเชิ้ตสีดำบนตัวเขายับยู่ยี่อยู่บ้าง คอเสื้อเปิดกว้างเผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าที่ได้รูป ใบหน้าฉายความผ่อนคลายเจือความพึงพอใจ
เมื่อเห็นเวินเยี่ยนเฉิน เขาก็ไม่ได้แปลกใจอะไร
ก้มหน้าติดกระดุมสองเม็ดอย่างลวก ๆ ก่อนจะเอนกายพิงข้างโซฟาอย่างเกียจคร้าน
หญิงสาวที่อยู่ด้านหลังรออยู่ครู่หนึ่งกว่าจะเดินออกมา
เธอเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยจักรวรรดิเช่นกัน และเป็นหนึ่งในนักศึกษารับเข้าพิเศษ 30 คนของปีนี้
แก้มของหญิงสาวแดงระเรื่อ เธอก้มหน้าจัดผมยาวที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่ ชายกระโปรงก็ถูกลูบเรียบอย่างเร่งรีบ
เซี่ยหลินเย่าหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะขึ้นมามองหน้าจอ
“เธอกลับไปก่อนเถอะ”
หญิงสาวขานรับเบา ๆ
ก่อนจากไป เธอหันกลับมามองเซี่ยหลินเย่าอีกครั้ง
แต่เขาก้มหน้าเล่นโทรศัพท์อยู่แล้ว ไม่ทันสังเกตเห็นเธอเลย
ประตูปิดลงอีกครั้ง
เวินเยี่ยนเฉินหันไปมองเซี่ยหลินเย่า
“คราวหน้าออกไปทำข้างนอก”
เซี่ยหลินเย่ายิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
“เป็นโรครักความสะอาดหรือไง?”
“แค่รู้สึกว่าสกปรก”
เผยจิ่นชวนหัวเราะเบา ๆ อยู่ข้าง ๆ
เซี่ยหลินเย่าไม่ได้โกรธ เขาหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นมาดื่มสองอึก ก่อนจะหันมามองอีกฝ่ายอย่างกะทันหัน
“เยี่ยนเฉิน”
“ว่ามา”
“นายป่วยหรือเปล่า?”
เวินเยี่ยนเฉินปรายตามองเขาอย่างเย็นชา
“อยากตายหรือไง?”
“ชิ”
เซี่ยหลินเย่าเอนตัวลงบนโซฟา เหยียดขายาวออกไปตามสบาย
เผยจิ่นชวนดับบุหรี่ในมือ แล้วรับคำต่อ
“อายุ 21 แล้ว ยังไม่เคยแตะผู้หญิง ไม่เคยคบใครด้วย”
เขายิ้มพลางมองเวินเยี่ยนเฉิน
“ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่านายชอบผู้หญิงแบบไหนกันแน่?”
เวินเยี่ยนเฉินพิงอยู่ข้างหน้าต่าง สีหน้าเรียบเฉย
เซี่ยหลินเย่าพลอยยิ้มตาม
“หรือว่าไม่ถูกใจใครเลยสักคน?”
“ไม่สนใจ”
เวินเยี่ยนเฉินตอบเสียงเรียบ
เผยจิ่นชวนกับเซี่ยหลินเย่าสบตากัน ก่อนจะยิ้มออกมา
ตั้งแต่เด็กจนโต มีผู้หญิงมากมายจนนับไม่ถ้วนที่อยากเข้าใกล้เวินเยี่ยนเฉิน
ทั้งสวย ฉลาด มีชาติตระกูลสูงส่ง มีครบทุกแบบ
แม้แต่ตระกูลเวินก็เคยจัดนัดดูตัวให้เขาหลายครั้ง
แต่สุดท้ายก็ไม่มีครั้งไหนที่มีอะไรคืบหน้า
พวกเขาไม่ได้แปลกใจกับเรื่องนี้นัก
เวินเยี่ยนเฉินเป็นคนแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก
เย็นชา เจ้าระเบียบ และเข้าถึงยาก
แม้แต่เวลาอยู่กับพวกเขา ก็ยังดูไม่ค่อยมีความอดทนเท่าไร
เซี่ยหลินเย่าหยิบน้ำแข็งก้อนหนึ่งใส่ลงในแก้ว
เสียงกระทบใสกังวานดังขึ้น
“เอาเถอะ คุณชายใหญ่เวินก็ค่อย ๆ รอต่อไปแล้วกัน”
เผยจิ่นชวนยิ้มพลางเสริมขึ้นว่า
“แต่อย่ารอจนถึง 30 ล่ะ”
เวินเยี่ยนเฉินคร้านจะต่อปากต่อคำกับพวกเขา
เขาถอดเสื้อสูทออก พาดไว้บนพนักเก้าอี้ข้าง ๆ ตามสบาย แล้วเดินไปนั่งที่ปลายอีกด้านของโซฟา
บนโต๊ะเตี้ยมีเอกสารวางอยู่หลายชุด
เขาหยิบชุดบนสุดขึ้นมา ก้มหน้าอ่านไปสองหน้า
ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง
เมื่อมองจากชั้นบนสุด มหาวิทยาลัยจักรวรรดิเกือบทั้งแห่งอยู่ในสายตา
ทั้งอาคารเรียน สนามม้า ทะเลสาบ และผู้คนที่เดินไปมาอยู่ไกลออกไป
เสียงเพลงในห้องพักผ่อนยังคงบรรเลงต่อไป
●
หลายวันต่อมา
ห้องหมากล้อม เขตตะวันออกของมหาวิทยาลัยจักรวรรดิ
เจียงหลีนั่งอยู่ตรงที่นั่งริมหน้าต่าง ก้มหน้าศึกษากระดานหมากค้างกระดานหนึ่ง
บนกระดานมีหมากดำและหมากขาวสลับกัน มุมซ้ายล่างมีกลุ่มหมากดำขนาดใหญ่ถูกหมากขาวล้อมเอาไว้ เหลือพื้นที่ให้ขยับตัวได้เพียงไม่กี่จุดและแคบมาก
เธอคีบหมากดำเม็ดหนึ่งค้างไว้เหนือกระดาน แต่ก็ลังเลอยู่นาน ไม่ยอมวางลงไป
กระดานค้างนี้ยากมาก เธอศึกษามาเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังหาวิธีแก้ที่เหมาะสมไม่ได้
เธอวางหมากกลับลงในกล่อง แล้วเริ่มวิเคราะห์ใหม่ตั้งแต่ตำแหน่งแรก
ในห้องหมากล้อมเงียบสงัด
แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านหน้าต่างบานสูงจากพื้นจรดเพดาน ตกกระทบบนโต๊ะหมากไม้สีเข้ม ฝุ่นละอองละเอียดลอยอยู่ในอากาศจาง ๆ
ในห้องหมากล้อมทั้งห้องมีเธออยู่เพียงคนเดียว
เธอเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยจักรวรรดิได้ระยะหนึ่งแล้ว
นอกจากครั้งแรกที่เปิดเทอม ซึ่งได้พบหน้าทายาททั้งสามคนในทางเดินโดยบังเอิญ เจียงหลีก็ไม่เคยเจอพวกเขาอีกเลย
เรื่องนี้ก็ไม่แปลกนัก กำแพงชนชั้นของมหาวิทยาลัยจักรวรรดิเข้มงวดกว่าที่เธอคิดมาก นักศึกษารับเข้าพิเศษจากครอบครัวยากจนอย่างเธอ แทบไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับทายาทของสามกลุ่มทุนใหญ่
เวินเยี่ยนเฉินอยู่สูงเกินเอื้อมเกินไป นักศึกษาทั่วไปแค่จะเจอหน้าเขาสักครั้งยังยาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทำให้เขาสนใจ
ส่วนเซี่ยหลินเย่ามักปรากฏตัวบนเว็บบอร์ดอยู่บ่อย ๆ
ทั้งสนามแข่งรถ เรือยอชต์ส่วนตัว และงานสังสรรค์ต่าง ๆ ชีวิตของเขาดูเหมือนจะครึกครื้นอยู่เสมอ
แต่เธอไม่มีสิทธิ์เข้าไปในสถานที่เหล่านั้นเลย
เมื่อเทียบกันแล้ว เผยจิ่นชวนดูเป็นมิตรกว่ามาก
ยิ่งไปกว่านั้น เจียงหลียังพบว่าพวกเขามีงานอดิเรกอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน
หมากล้อม
เมื่อไม่กี่วันก่อน เธอบังเอิญเจอรูปถ่ายรูปหนึ่งบนเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัยจักรวรรดิ
ในรูป เผยจิ่นชวนนั่งอยู่หน้าโต๊ะหมากล้อม สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว พับแขนเสื้อถึงท่อนแขน นิ้วคีบหมากดำเม็ดหนึ่งไว้ พลางก้มหน้ามองกระดาน
มีคนเขียนไว้ในกระทู้ว่า ตอนอายุ 17 เขาเคยคว้าแชมป์การแข่งขันหมากล้อมระดับประเทศ
ตอนนั้นเจียงหลีจึงเริ่มสนใจเขา
หมากล้อมก็เป็นสิ่งที่เธอถนัดที่สุดเช่นกัน
ตอนเด็ก ๆ เธอเคยซื้อหนังสือหมากล้อมเก่าจากแผงขายหนังสือมือสองมาเล่มหนึ่ง แล้วค่อย ๆ ศึกษากฎในนั้นด้วยตัวเอง ก่อนจะหลงใหลมันขึ้นมาทีละน้อย
ไม่มีทั้งครูและเพื่อนเล่นหมากที่เหมาะสม เธอจึงจัดหมากและศึกษาด้วยตัวเอง
บางครั้งเธอใช้เวลาครุ่นคิดกับกระดานค้างหนึ่งกระดานตลอดทั้งบ่าย
ฝึกฝนมาหลายปี ฝีมือของเธอก็พัฒนาขึ้นไม่น้อย
ช่วงนี้ถ้าไม่มีเรียน เธอจึงมานั่งเล่นที่ห้องหมากล้อมเป็นประจำ
น่าเสียดายจนถึงตอนนี้เผยจิ่นชวนก็ยังไม่เคยปรากฏตัว
เจียงหลีก้มหน้าลงอีกครั้ง สายตากลับไปจับจ้องที่กระดาน
หมากดำถูกบีบจนเข้าตาจน กลุ่มหมากตรงมุมซ้ายล่างแทบไม่มีทางรอด
เมื่อครู่เธอลองวางหมากหลายแบบ แต่ก็ยังหนีวงล้อมของหมากขาวไม่พ้น
ถ้าไม่เดินจากทางซ้ายล่ะ?
เจียงหลีจ้องรูปหมากทางด้านขวา แล้วจู่ ๆ ก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา
เธอหยิบหมากดำขึ้นมาเม็ดหนึ่ง วางข้ามวงล้อมตรงมุมซ้ายล่างไปยังตำแหน่งใกล้กลางกระดานทางด้านขวา
เพี๊ยะ
เสียงใสกังวานดังขึ้น
เจียงหลีหยิบหมากขาวขึ้นมา แล้วลองวางตอบโต้ไปสองสามตา ตามแนวทางที่คู่แข่งอาจเลือก
กระดานที่เดิมแทบไม่มีทางรอด กลับเริ่มมีช่องให้พลิกสถานการณ์ได้
เธอยืดตัวตรงขึ้นเล็กน้อย แล้วหยิบหมากดำอีกเม็ดขึ้นมา
ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง
“ตานี้มีปัญหา”
เสียงของผู้ชายไพเราะน่าฟัง ใสละมุนและสงบนิ่ง เจือความผ่อนคลายอยู่เล็กน้อย
เจียงหลีสะดุ้ง
เมื่อครู่เธอจดจ่อมาก จึงไม่ทันสังเกตเลยว่ามีคนเดินเข้ามา
หมากในมือกระทบกับกล่องหมาก เกิดเสียงเบา ๆ
เจียงหลีหันกลับไป
สิ่งแรกที่เห็นคือปลายแขนเสื้อเชิ้ตสีขาว
ชายหนุ่มยืนอยู่ไม่ไกลด้านหลังเธอ ก้มหน้าลงเล็กน้อย มองกระดานหมากบนโต๊ะ
แสงแดดยามบ่ายส่องเฉียงเข้ามาจากริมหน้าต่าง อาบไล้ใบหน้าด้านข้างที่ดูสง่างามของเขา
แนวคิ้วชัดเจน สันจมูกโด่ง ริมฝีปากบางมีส่วนโค้งอ่อนโยนเป็นธรรมชาติ
เจียงหลีนิ่งงันไป
เผยจิ่นชวน
เธอมานั่งรอเขาในห้องหมากล้อมหลายวันแล้ว ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะได้พบเขาจริง ๆ
ชายหนุ่มยืนอยู่ข้างโต๊ะหมาก บุคลิกสุภาพ การวางตัวสุขุม ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายสง่างามของคนที่เติบโตมาอย่างสุขสบายและได้รับการทะนุถนอม