“ค่ะ คุณชายเผย”
เวินหลิงรีบก้มหน้า ท่าทางนอบน้อม
เผยจิ่นชวนพยักหน้าเล็กน้อย
ไม่ได้พูดอะไรอีก
เขาหันหลังเดินตามเวินเยี่ยนเฉินกับเซี่ยหลินเย่าที่อยู่ข้างหน้าไป
ทั้งสามคนหายลับไปตรงปลายระเบียงอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งแผ่นหลังของพวกเขาลับตาไป บรรยากาศตึงเครียดรอบข้างจึงค่อย ๆ คลายลง
“พระเจ้า คุณชายเผยอ่อนโยนเกินไปแล้ว!”
หญิงสาวคนหนึ่งอดพึมพำด้วยความทึ่งไม่ได้
“เด็กที่สอบเข้ามาด้วยโควตาพิเศษคนนั้นโชคดีจริง ๆ ถึงกับได้คุณชายเผยยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เองกับมือ”
“นั่นสิ ชาติตระกูลของคุณชายเผยก็ดี แถมยังเก่งอีก ได้ยินว่าโครงการพลังงานใหม่ที่เขาเป็นหัวหอกเพิ่งถูกสัมภาษณ์ด้วยนะ”
“แถมเขายังสุภาพกับทุกคน ไม่เคยวางท่าเลย”
คนข้าง ๆ ดูจะไม่เห็นด้วยเท่าไร
“ฉันกลับคิดว่าคุณชายเวินดีกว่า”
“คุณชายเวินเหรอ?”
“ใช่สิ! หล่อขนาดนั้น แถมยังเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลเวิน ได้ยินว่าเข้าร่วมบอร์ดบริหารของตระกูลเวินตั้งนานแล้วด้วย”
ขณะพูด ดวงตาของหญิงสาวก็เป็นประกาย
“แถมเขาไม่เคยมั่วกับผู้หญิงพวกนั้น ชีวิตส่วนตัวสะอาดสะอ้านสุด ๆ”
“แต่คุณชายเวินเย็นชาเกินไปไหม?”
“เย็นชาหน่อยแล้วจะทำไมล่ะ ฉันชอบแบบนี้แหละ!”
“ไม่มีใครเข้าใจคุณชายเซี่ยบ้างเหรอ?”
หญิงสาวอีกคนอดแทรกขึ้นมาไม่ได้
“หน้าคุณชายเซี่ยนี่หล่อสุด ๆ ไปเลย! โดยเฉพาะตอนยิ้มนะ ฉันใจไม่ไหวจริง ๆ”
“ไม่กลัวเขาเหรอ?”
“จะกลัวอะไรล่ะ ถึงคุณชายเซี่ยจะอารมณ์ไม่ดี แต่ได้ยินว่าใจกว้างกับผู้หญิงที่เคยคบด้วยนะ”
“พอเถอะ ขนาดพูดกับเขาสักคำเธอยังไม่กล้าเลย”
หญิงสาวหลายคนพากันหัวเราะครืน
เจียงหลีไม่ได้ฟังต่อ
เธอกอดหนังสือไว้แนบอก แล้วเดินไปตามระเบียงมุ่งหน้าสู่หอพัก
เด็กที่สอบเข้ามาด้วยโควตาพิเศษยังคงนั่งอยู่บนพื้น ในมือกำผ้าเช็ดหน้าสีขาวผืนนั้นแน่น ราวกับกำลังถือสิ่งล้ำค่าอย่างยิ่งเอาไว้
เจียงหลีเหลือบมองเพียงแวบเดียว ก่อนจะเบือนสายตากลับ
……
ตอนเจียงหลีกลับถึงหอพักก็เป็นเวลาเย็นแล้ว
หอพักของมหาวิทยาลัยจักรวรรดิเป็นห้องเดี่ยวทั้งหมด แม้ห้องจะไม่ใหญ่ แต่เธอจัดเก็บจนสะอาดเรียบร้อย
ริมหน้าต่างมีโต๊ะเขียนหนังสือวางอยู่ ข้างกันเป็นเตียงเดี่ยวแสนนุ่ม และห้องน้ำในตัว
ดีกว่าที่ที่เธอเคยอยู่มาก
เจียงหลีวางกระเป๋านักเรียนแล้วเดินเข้าห้องน้ำ
เธอปลดหนังยางที่มัดผมออก เส้นผมยาวสีดำสนิททิ้งตัวลงมา
เธอเปิดก๊อกล้างมือ จากนั้นเงยหน้าขึ้น ค่อย ๆ ถอดแว่นกรอบดำหนาเตอะออก แล้วใช้นิ้วสางผมหน้าม้าทั้งสองข้างไปทัดไว้หลังหู
ใบหน้าสวยสะกดตาจนน่าตกใจปรากฏขึ้นในกระจก
ผมยาวสีดำสนิทนุ่มสลวยทิ้งตัวคลอเคลียไหล่ ยิ่งขับให้ผิวขาวละเอียดผุดผ่องขึ้น
ใบหน้าของเธอเล็ก คิ้วตางดงามประณีต
ดวงตารูปอัลมอนด์คู่โตฉ่ำวาว หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย ม่านตาดำใส ขนตาหนาและยาว
สันจมูกโด่งสวย ปลายจมูกเล็กจิ้มลิ้ม ริมฝีปากนุ่มอิ่มเอิบเจือสีแดงระเรื่อเป็นธรรมชาติ
ใบหน้าของเธอมีความขัดแย้งที่น่าพิศวง
คิ้วตาแฝงความไร้เดียงสาและอ่อนเยาว์ราวกับยังไม่เคยพบโลกกว้าง โดยเฉพาะดวงตาฉ่ำน้ำคู่นั้น เพียงหลุบขนตาลงเล็กน้อยก็ดูบอบบางน่าสงสาร
ทว่าหางตากับรูปปากกลับเย้ายวนอย่างยิ่ง
ยามไม่ยิ้ม เธอดูบริสุทธิ์อ่อนแอ แต่เพียงยิ้มจนดวงตาโค้งขึ้น ก็แผ่เสน่ห์เย้ายวนชวนใจสั่น
แม้ไม่ต้องทำอะไร ก็เพียงพอจะทำให้คนละสายตาไปไม่ได้
ใครจะคิดว่าเด็กสาวยากจนที่สวมเสื้อตัวโคร่ง ใส่แว่นหนาเตอะ และถูกคนมองว่าเชยเมื่อครู่นี้ จะมีใบหน้าสวยถึงเพียงนี้
เจียงหลีมองตัวเองในกระจก
เธอรู้มาตั้งแต่เด็กแล้วว่าตัวเองหน้าตาสวย
แต่ในเขตคนยากจน สำหรับเด็กสาวไร้พ่อแม่และไร้ที่พึ่ง ความงามที่โดดเด่นเกินไปมักหมายถึงหายนะ
เพราะอย่างนั้น ตอนอายุ 12 ปี เธอจึงเริ่มใส่แว่นกรอบดำ
เลนส์ผ่านการปรับแต่งพิเศษ ช่วยพรางคิ้วตาของเธอให้เลือนราง
เธอสวมมันมาเช่นนี้หลายปี
ตั้งแต่อายุ 15 ปี เธอก็ใช้ชีวิตตามลำพัง
อาศัยเงินช่วยเหลือเพียงน้อยนิดกับเงินที่หามาได้จากการทำงานพิเศษหลังเลิกเรียน ประทังชีวิตไปวัน ๆ
เธอเตรียมตัวนานถึง 6 ปี เพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยจักรวรรดิ
ซื้อหนังสืออ้างอิงใหม่ไม่ไหว ก็ไปคุ้ยหาตำราเรียนที่คนอื่นไม่เอาแล้วจากตลาดหนังสือมือสอง
หน้าร้อนพอไฟดับ เธอก็ยกเก้าอี้เตี้ยไปนั่งอ่านหนังสืออาศัยแสงไฟหน้าร้านสะดวกซื้อ
หน้าหนาวหนาวจนจับปากกาไม่ไหว เธอก็ซุกมือไว้ในกระเป๋าให้อุ่นสักครู่ ก่อนจะเขียนต่อ
ในที่สุด เธอก็สอบเข้าได้
มหาวิทยาลัยจักรวรรดิ
มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในจักรวรรดิ
ในแต่ละปีมีเด็กยากจนนับหลายสิบล้านคน แต่รับนักเรียนโควตาพิเศษเพียง 30 คน
เจียงหลีสอบได้อันดับ 9
แต่เธอไม่ได้คิดว่าชีวิตจากนี้จะราบรื่นไร้อุปสรรค
กฎของโลกใบนี้โหดร้ายจนแทบเหลือเชื่อ
สามกลุ่มทุนใหญ่ตระกูลเวิน ตระกูลเผย และตระกูลเซี่ย กุมอุตสาหกรรมสำคัญที่สุดของจักรวรรดิไว้ในมือ
ความมั่งคั่ง ทรัพยากร และอำนาจแทบทั้งหมดกระจุกอยู่ในมือชนชั้นสูงเพียงหยิบมือ
คนธรรมดาที่คิดจะข้ามชนชั้นนั้นยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์
เจียงหลีฝ่าฟันมาจนถึงจุดนี้ได้อย่างยากเย็น
แน่นอนว่าเธอไม่ยอมพอใจแค่ใบปริญญาหนึ่งใบ แล้วไปหางานที่ดูมีหน้ามีตาทำ
เธอต้องการเงิน
เงินจำนวนมากมายมหาศาล
ต้องการความมั่งคั่งและสถานะที่เป็นของตัวเองอย่างแท้จริง
ต้องการให้สักวันหนึ่งไม่ต้องก้มหน้าให้ใครเพราะชาติกำเนิดยากจนอีกต่อไป
เจียงหลีหันกลับไปมองกระจก
เธอรู้ดีว่าใบหน้าของตัวเองโดดเด่นเพียงใด
และรู้ด้วยว่าหากใช้ให้เป็น ใบหน้านี้อาจมอบโอกาสมากมายที่ต่อให้คะแนนสอบดีแค่ไหนก็ไม่มีวันได้มา
แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา
มหาวิทยาลัยจักรวรรดิอันตรายเกินไป
เด็กสาวยากจนไร้ที่พึ่งคนหนึ่งที่มีใบหน้าเช่นนี้ หากปรากฏตัวในรั้วมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยชนชั้นสูง จะมีจุดจบอย่างไร?
ถ้าโชคดีหน่อย อาจถูกคุณชายตระกูลสูงศักดิ์คนใดคนหนึ่งถูกใจ แล้วกลายเป็นของเล่นชั่วคราวที่เขานึกสนุกอยากได้
ถ้าโชคร้ายไปเจอคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่ขี้อิจฉาเข้า เธออาจถูกทำลายจนหมดสิ้น
เจียงหลีไม่อยากอุตส่าห์สอบเข้ามหาวิทยาลัยจักรวรรดิด้วยความยากลำบาก สุดท้ายกลับรักษาชีวิตตัวเองไว้ไม่ได้
เพราะอย่างนั้น ก่อนจะมีความสามารถปกป้องตัวเอง เธอคงต้องสวมแว่นคู่นี้ต่อไป
แต่ว่า……
เจียงหลีหยิบแว่นขึ้นมา หมุนมันเบา ๆ
เธอไม่ได้คิดจะซ่อนตัวแบบนี้ไปตลอด
ในเมื่อมีรูปลักษณ์เช่นนี้ เธอก็ย่อมไม่ปล่อยให้มันสูญเปล่า
เพียงแต่ถ้าจะเสี่ยง ก็ต้องเลือกคนที่คุ้มค่าแก่การเสี่ยงที่สุด
ภาพชายสามคนที่เธอเห็นในระเบียงเมื่อครู่ผุดขึ้นในหัว
เวินเยี่ยนเฉิน
เผยจิ่นชวน
เซี่ยหลินเย่า
ทายาทของสามกลุ่มทุนใหญ่
ความมั่งคั่งและอำนาจที่พวกเขาครอบครอง เป็นสิ่งที่เมื่อก่อนเธอไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการ
ถ้าเข้าใกล้คนใดคนหนึ่งได้……
เจียงหลีไม่ได้คิดต่อ
ยังมีเวลาอีกมาก
เธอไม่รีบร้อน
……
มหาวิทยาลัยจักรวรรดิ ชั้นบนสุดของเขตเหนือ
ที่นี่เป็นพื้นที่พิเศษที่สุดในมหาวิทยาลัยทั้งแห่ง
มีลิฟต์ส่วนตัวและระบบรักษาความปลอดภัยเฉพาะบุคคล
พื้นที่ทั้งชั้นเป็นเขตส่วนตัวที่มหาวิทยาลัยจัดไว้ให้ทายาทของสามกลุ่มทุนใหญ่โดยเฉพาะ
ห้องพักผ่อนที่ใหญ่ที่สุดมีพื้นที่หลายร้อยตารางเมตร
พื้นปูด้วยพรมทำมือผืนหนา ผนังประดับงานศิลปะล้ำค่าหลายชิ้น หน้าต่างกระจกบานใหญ่เต็มผนังหันไปทางสนามม้าส่วนตัวทางเหนือของมหาวิทยาลัย
การตกแต่งหรูหรา แต่ทุกมุมกลับแฝงความสูงศักดิ์อย่างเรียบขรึม
ขณะนี้มีดนตรีผ่อนคลายเปิดคลออยู่ในห้องพักผ่อน
หลังโซฟาตัวยาวขนาดใหญ่มีฉากกั้นลวดลายประณีตตั้งอยู่
รองเท้าส้นสูงเรียวคู่หนึ่งกระจัดกระจายอยู่บนพรมข้างฉากกั้น
กระเป๋าถือของผู้หญิงถูกโยนทิ้งไว้ข้าง ๆ อย่างไม่ใส่ใจ
ฉากกั้นบังได้ไม่มิด ขาเรียวยาวขาวผ่องข้างหนึ่งโผล่พ้นขอบฉากออกมา ขยับไหวเบา ๆ ตามการเคลื่อนไหวด้านใน เมื่ออยู่บนพรมสีเข้มก็ยิ่งขาวจนแสบตา
หลังฉากกั้นมีเสียงครางหวานหอบของหญิงสาวดังขึ้นเป็นระยะ
“คุณชายเซี่ย……”
“อืม”
ชายหนุ่มตอบเสียงเอื่อยเฉื่อย
จากนั้นก็มีเสียงเคลื่อนไหวชวนให้ใจเต้นดังขึ้นระลอกหนึ่ง