# บทที่ 101 ผู้ที่มาเป็นใคร?
การระเบิดของโรงงานดินปืนเป็นเพียงการยืดเยื้อของราชสำนักเท่านั้น!
เฉาหวาฉุนจับสายลับเป็นไว้ได้หนึ่งคน แต่คุณหนูแปดกลับมีบ้านใหญ่โตรโผล่ในจิงเฉิงขึ้นมาหนึ่งหลังโดยไม่ทันตั้งตัว
เฉาหวาฉุนให้เงินไหลไฉจำนวนมาก เป็นจำนวนที่มากจนเขาไม่รับไม่ได้เลย!
คนที่ซวยที่สุดน่าจะเป็นนายพันเฉา แม้แต่ตัวเขาและน้องชายต่างก็นอนอยู่ในโรงหมอ
คนที่มีความสุขที่สุดคือเชี่ยวจุ่ย
เขาไม่เคยคิดเลยว่าการหาเงินจะง่ายดายเช่นนี้ แค่ลงน้ำไปจับคนได้คนเดียวก็ได้เงินห้าร้อยตำลึง
ห้าร้อยตำลึงไม่พอ ยังมีคนถามเขาด้วยว่าจะเข้าตงฉ่างไหม
บอกว่า ตงฉ่างชอบคนฝีมืออย่างเขาที่มีความสามารถที่สุด
เงินนั้น เชี่ยวจุ่ยรับมา ส่วนการชักชวนของตงฉ่างเขาปฏิเสธ
ในความคิดของเชี่ยวจุ่ย เขาก็เหมือนชาวบ้านทั่วไปที่คิดว่าคนในตงฉ่างล้วนเป็นขันที!
ถึงแม้การเป็นขันทีจะโดดเด่นมาก...
แต่หลังจากเชี่ยวจุ่ยแอบคำนวณเงินเก็บของตัวเองในตอนนี้แล้ว เขาก็ปฏิเสธการชักชวน
เขาอยากหาเมียก่อน สร้างครอบครัวมีลูกเต็มบ้าน
คนที่พึงพอใจไม่ได้มีเพียงเชี่ยวจุ่ยคนเดียว จูโหยวเซี่ยวเองก็พึงพอใจอย่างยิ่ง!
การระเบิดสองจุดที่โรงงานดินปืนทำให้มีคนตายจำนวนมาก บ้านเรือนเสียหายไปไม่น้อย โดยที่ยังไม่ได้สรุปยอดผู้เสียชีวิต จูโหยวเซี่ยวก็อนุมัติเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยถึงสองหมื่นตำลึง
ผ่านเรื่องนี้ จูโหยวเซี่ยวสามารถสอดแทรกคนของเขาเข้าสู่กระทรวงกลาโหมและกระทรวงโยธาได้อย่างราบรื่น
เย่เซี่ยงเกายื่นฎีกาขอกระดูกคืนผ่านเน่ยเก๋อเข้าวังไปอีกครั้ง
ผลลัพธ์ครั้งนี้ก็ยังคงแตกต่างจากคราวก่อนเช่นเคย หากเย่เซี่ยงเกากลับดีใจจนยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม!
ก่อนหน้านี้ฎีกามักถูกเก็บไว้ในวังไม่ส่งคืน แต่ครั้งนี้กลับได้รับการตอบรับ!
กากบาทสีแดงนั้นสะดุดตายิ่ง กระนั้นเย่เซี่ยงเกากลับจับชีพจรของฮ่องเต้ได้
เขาเข้าใจดีว่า ชีวิตของตระกูลรอดแล้ว ก้าวต่อไปก็ต้องคิดหาทางรอดพ้นจากการชำระบัญชี
เมื่อถอนหายใจโล่งอกแล้ว ค่ำคืนนั้นเย่เซี่ยงเกาก็เขียนฎีกาขึ้นอีกฉบับหนึ่ง!
ครั้งนี้ เขาไม่ได้ใช้ฐานะเก๋อเหล่าสั่งสอน แต่ใช้ฐานะขุนนาง ขุนนางผู้น้อยเขียนฎีกาแสดงใจด้วยความสงบสำรวมถวายแด่ฮ่องเต้!