"เพราะฉะนั้นผมหลอกคุณไม่ได้หรอก ว่าผมรักคุณ รักมากขนาดยอมรับตัวตนแบบนี้ของคุณได้ และก็...ปล่อยให้ตัวเองติดอยู่ในความรู้สึกที่ไร้ความหวังแบบนี้ตลอดไปไม่ได้ด้วย มันไม่ดีกับใครทั้งนั้น"
ซางซ่งพูดจบ เรือนตะวันออกก็เงียบงันน่าขนลุก
เซี่ยจิ่งนั่งนิ่งไม่ขยับอยู่ตรงนั้น ราวกับรูปแกะสลักหยกที่จู่ ๆ ก็ไร้สีสัน
เลือดลมสุดท้ายบนใบหน้าดูเหมือนจะจางหายไปด้วย ริมฝีปากเม้มจนกลายเป็นเส้นซีดขาว แสงอาทิตย์สาดส่องลงบนใบหน้า แต่กลับไม่อาจทำให้ดวงตาคู่นั้นที่ตอนนี้ว่างเปล่าน่าสะพรึงสว่างขึ้นมาได้
ซางซ่งมองดูท่าทางของเขาแบบนี้ รู้สึกปวดแปลบแน่น ๆ ในอก
เขากลัวว่าหากตัวเองมองอีกแค่นิดเดียว อยู่ต่ออีกแค่วินาทีเดียว ความตั้งใจที่กว่าจะตัดสินใจได้อย่างเด็ดเดี่ยว จะพังทลายลงต่อหน้าเซี่ยจิ่งอย่างสิ้นเชิง
เขาอยู่ต่อไม่ได้อีกแล้ว
ซางซ่งรีบยันโต๊ะลุกขึ้นอย่างลนลาน เก้าอี้ไม้ลากผ่านพื้นเกิดเสียงเสียดสีบาดหู "ผม...ผมควรกลับได้แล้ว"
เขาเบือนสายตาหลบอย่างลนลาน ไม่มองเซี่ยจิ่งอีกต่อไป สายตาหยุดลงที่แสงแดดสะท้อนน้ำแสบตานอกหน้าต่าง น้ำเสียงแห้งฝาดอย่างฝืนใจ "ขอบคุณสำหรับมื้อเช้านะครับ แล้วเจอกัน อาจารย์เซี่ย"
พูดจบ เขาแทบจะหมุนตัวเผ่นหนีตรงไปที่ประตู
ฝีก้าวนั้นรวนเร หัวใจในอกเต้นระรัวกระแทกซี่โครงจนเจ็บ
เขาต้องไปให้พ้นจากที่นี่เดี๋ยวนี้ จากเซี่ยจิ่งให้ได้ ไม่อย่างนั้นเขากลัวว่าตัวเองจะทำเรื่องไร้เหตุผล พูดจาไร้เหตุผลออกมา
