หลี่ชิงซานรับเศษเงินก้อนนั้นมา ความอุ่นจากร่างกายยังติดอยู่บนเนื้อเงิน
รับรู้ได้ถึงร่างหญิงสาวในอ้อมแขนที่กำลังสั่นเทา
เขาไม่เอ่ยคำใด เพียงยื่นมือใหญ่หยาบกร้านไปลูบเส้นผมแห้งกรอบยุ่งเหยิงของหลินชุนเฉา
จากนั้นก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น
“ได้”
มีเพียงคำเดียว
ไร้คำสาบานรักมั่นชั่วฟ้าดินสลาย ไร้คำสัตย์ปฏิญาณใด ๆ
ในยุคสมัยที่ชีวิตคนต่ำต้อยยิ่งกว่าหญ้า คำพูดมักไร้เรี่ยวแรง มีเพียงกำปั้นกับข้าวปลาอาหารที่เลี้ยงชีวิตได้เท่านั้นจึงเป็นของจริง
หลี่ชิงซานชั่งเงินในมือดู
ไม่ใช่แค่สองตำลึง
คงมีราวสองตำลึงสามเฉียน
เด็กสาวคนนี้ระหว่างทางต้องทนทุกข์มามากมาย ถึงกับปกป้อง “เงินก้อนโต” นี้ไว้ได้ นับว่าเป็นคนใจเด็ดไม่น้อย
หลี่ชิงซานไม่ได้เรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาในใจเพื่อเติมเงินในทันที
เขาไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีระบบอยู่
โดยเฉพาะหลินชุนเฉาที่เพิ่งเปิดใจให้เขา
แม้ตอนนี้นางจะพึ่งพาเขาอย่างหมดใจ แต่ใครเล่าจะหยั่งรู้ความคิดคนได้
หากนางพบว่าเขาสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้โดยไม่มีที่มา หรือเห็นปรากฏการณ์ยามเติมเงิน โอกาสสูงที่นางจะคิดเป็นอื่น
ถึงขั้นอาจใช้ความลับนี้มาข่มขู่เขา
หลี่ชิงซานมีชีวิตมาหกสิบสองปี เห็นฉากพลิกหน้าหักหลังกันมามากเกินพอ
ไพ่ตายต้องเก็บงำไว้ในใจเท่านั้น
เขาเก็บเศษเงินก้อนนั้นไว้อย่างเงียบงัน
เงินสองตำลึงสามเฉียนนี้มีข้อดีอยู่หลายประการ
ข้อแรก ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทั้งสองไม่ต้องกังวลว่าจะอดอยาก
ข้อที่สอง เรือนหลังนี้ซึ่งซื้อมาในราคา 50 ตำลึงยังเก็บไว้ได้ชั่วคราว ไม่ต้องรีบร้อนขาย
ข้อที่สาม และสำคัญที่สุด
ในที่สุดเขาก็มีเงินทุนตั้งต้นแล้ว!
ต้องหาโรงฝึกยุทธ์สักแห่ง แล้วซื้อวิชายุทธ์แท้จริงสักเล่มกลับมา
หลักวัวเหล็กที่ฝึกมาถึง 23 ปีทำให้เขาผลัดเปลี่ยนจากภายในจนเลือดลมเต็มเปี่ยมก็จริง
แต่ถึงอย่างไรก็เป็นเพียงวิชาพื้นฐานต่ำต้อยที่สุดของชาวนา
