“ปัง! ปัง! ปัง!”
เสียงทุบประตูดังสนั่นจนแทบแก้วหูแตก กรีดผ่านความเงียบงันในคืนหิมะโหมราวกับมีใครกำลังใช้ขวานยักษ์โค่นต้นไม้
ประตูไม้บ้านหนิวต้าจื้อสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง กลอนประตูครางเอี๊ยดอ๊าดอยู่ในกรอบไม้ราวกับใกล้จะทนไม่ไหว
“ใครมันทุบประตูเอาป่านนี้! ดึกดื่นไม่หลับไม่นอน จะรีบไปงานศพหรือไง!”
เสียงหนิวต้าจื้อบ่นด่าดังมาจากในบ้าน เขาคว้าเสื้อบุฝ้ายมาสวมลวก ๆ ก่อนลากรองเท้าออกไปข้างนอก
ลมหนาวเสียดกระดูกพัดลอดช่องประตูเข้ามา ทำเอาเขาสะท้านไปทั้งตัว
“จะเร่งอะไรนักหนา! ประตูจะพังอยู่แล้ว!”
เขาดึงกลอนเปิดอย่างหงุดหงิด ลมกรรโชกปะปนเกล็ดหิมะพัดทะลักเข้ามาทันที
เงาดำร่างสูงใหญ่ยืนอยู่หน้าประตู หิมะปกคลุมไปทั้งตัว ราวกับมนุษย์หิมะที่เพิ่งคลานออกมาจากกองหิมะ
ดวงตาของคนคนนั้นส่องประกายน่ากลัวอยู่ในความมืด แผ่กลิ่นอายดุดันแบบไม่กลัวตาย
เป็นลู่เจิง
หัวใจหนิวต้าจื้อกระตุกวูบ ในหมู่บ้านนี้ใครบ้างจะไม่รู้ว่าไอ้หนุ่มคนนี้เป็นตัวอันตรายที่ไม่สนหัวใคร
“นาย...”
เขายังไม่ทันได้ถาม ลู่เจิงก็เบี่ยงตัวเบียดเข้ามา ไม่เปิดโอกาสให้เขาตั้งตัว
เสียง “ปัง” ดังขึ้น ลู่เจิงปิดประตูไม้ด้านหลังอย่างแรง ตัดขาดจากลมและหิมะภายนอก
เขาขี้เกียจพูดให้เสียเวลา ล้วงต้นชะเอมเทศหลายต้นที่ยังมีดินสดติดรากออกมาจากอกเสื้ออย่างหยาบกระด้าง
