บทที่ 60 ของเริ่มเน่าเสีย
ขอบฟ้าเพิ่งเริ่มสว่างเป็นสีขาวซีด
ลมยามเช้าเย็นเฉียบพัดลอดรอยแยกของกระท่อมมุงจากเข้ามา นำพาความหนาวเหน็บมาด้วย
ลู่เจิงลืมตาขึ้น ก่อนจะหันไปมองเด็กน้อยที่นอนหลับสนิทอยู่ด้านในของเตียงดิน
ร่างเล็ก ๆ ของซุ่ยซุ่ยขดอยู่ใต้ผ้าห่ม โผล่ให้เห็นเพียงศีรษะเล็ก ๆ ที่มีเส้นผมนุ่มฟู
ริมฝีปากน้อย ๆ ของเธอเผยอเล็กน้อย ลมหายใจสม่ำเสมอและยาวแผ่ว ใบหน้าแดงระเรื่อจากการนอนหลับ
ลู่เจิงลุกขึ้นอย่างแผ่วเบา ไม่ส่งเสียงแม้แต่นิดเดียว
เขาดึงเสื้อบุฝ้ายเก่า ๆ ข้างเตียงมาคลุมซุ่ยซุ่ยให้มิดชิดขึ้น
จัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว เขาจึงหันหลังเดินก้าวยาวออกจากห้องด้านใน
ในลานบ้าน อาหารทะเลชั้นดีที่เหลือจากเมื่อคืนยังอยู่ในกะละมังไม้ใบใหญ่กับเข่งไม้ไผ่หลายใบ
ลู่เจิงย่อตัวลง เลือกปูที่ตัวใหญ่และยังแข็งแรงที่สุดออกมาสองสามตัว แล้วใช้เชือกฟางมัดก้ามของพวกมันไว้แน่นหนา
ส่วนที่เหลือ เขาใส่ลงในเข่งไม้ไผ่ใบใหญ่ แล้วใช้ใบตองแผ่นกว้างหลายใบปิดทับไว้
เขายกกระสอบป่านหนักอึ้งขึ้นพาดบ่า สะพายเข่งไม้ไผ่ แล้วเดินมั่นคงไปทางประตูรั้ว
ก่อนออกไป เขาหันกลับไปมองประตูห้องที่ปิดสนิทแวบหนึ่ง
จากนั้นก็ปลดกลอน ประเดี๋ยวเดียวร่างสูงใหญ่ของเขาก็หายลับไปในหมอกยามเช้า
ทางเดินในหมู่บ้านไร้ผู้คน มีเพียงเสียงไก่ขันประปราย
ลู่เจิงใช้ทางลัด เดินเลี่ยงไปตามคันนารกร้างและทางบนเขา พอไปถึงปากตรอกที่คุ้นเคยในตัวเมืองฟ้า ก็สว่างเต็มที่แล้ว
ในตรอกยังคงมืดทึบและชื้นแฉะเหมือนทุกครั้ง
ชายสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งหลายคนหลบอยู่ตรงมุมกำแพง พูดคุยกันอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ มือแลกเปลี่ยนใบปันส่วนกับเงินปลีกกันไปมา
