ร่างสูงใหญ่ของลู่เจิงยืนนิ่งอยู่หลังประตู
ไอเย็นยามค่ำคืนยังติดกายเขา ปะปนกับกลิ่นดินชื้นและกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ
ไอสังหารที่น่ากลัวจนทำให้คนขวัญหนีค่อย ๆ สงบลงจากกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่น ราวกับน้ำเดือดพล่านที่ในที่สุดก็เย็นลง
เขาหลับตาลงครู่หนึ่ง พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง สีแดงก่ำในแววตาก็จางหาย เหลือเพียงสีดำลึกล้ำไร้ก้นบึ้ง
เขาหันหลัง แล้วก้าวเบา ๆ ไปยังห้องด้านใน
เมื่อแหวกม่านผ้าฝ้ายหนาหนัก กลิ่นอาหารหอมกรุ่นผสมไออุ่นก็ลอยมาปะทะใบหน้า
บนเตียงเตา มีตะเกียงน้ำมันก๊าดดวงหนึ่งส่องแสงสีเหลืองนวล เปลวไฟขนาดเท่าเมล็ดถั่วไหวระริกเบา ๆ ทำให้ทั้งห้องอบอุ่นสบาย
ซุ่ยซุ่ยไม่ได้นอนต่อ
ร่างเล็ก ๆ ของเธอห่ออยู่ในผ้าห่มผืนเล็กเก่าแต่สะอาด เหลือเพียงศีรษะน้อย ๆ โผล่ออกมา
ผมดำขลับนุ่มนิ่มแนบอยู่บนหน้าผาก ดวงตากลมโตดำสนิทราวกับองุ่นจับจ้องไปทางประตูไม่กะพริบ
เธอไม่ได้ร้องไห้หรือโวยวาย
บนใบหน้าไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงการรอคอยอย่างบริสุทธิ์ไร้มลทิน
พอเห็นลู่เจิงเข้ามา ดวงตาคู่นั้นก็เปล่งประกายขึ้นทันที ราวกับดวงดาวที่ถูกจุดขึ้นกลางราตรี
เธอไม่พูดอะไร เพียงยื่นแขนสั้นป้อมทั้งสองข้างไปหาเขา
หัวใจลู่เจิงเหมือนถูกมือเล็ก ๆ อบอุ่นข้างหนึ่งกุมไว้เบา ๆ ทั้งเปรี้ยวทั้งแน่นตื้อ
เขาไม่ได้เดินเข้าไปหาเธอทันที
แต่เดินไปข้างโอ่งน้ำตรงมุมห้อง ตักน้ำบ่อเย็นเฉียบด้วยกระบวย แล้วเทลงในอ่างกระเบื้องเนื้อหยาบที่บิ่นไปมุมหนึ่ง
