ลมหนาวพัดหวีดหวิวราวกับใบมีด แทรกผ่านร่องประตูเข้ามาอย่างไม่ลดละ
ลู่เจิงนั่งนิ่งอยู่ข้างเตียง ร่างสูงใหญ่ไม่ขยับเขยื้อน ราวกับรูปสลักหิน
ซุ่ยซุ่ยหายใจสั้นและถี่ หน้าอกเล็ก ๆ กระเพื่อมขึ้นลงอย่างยากลำบาก ในลำคอมีเสียงครางแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวด
“คุณลุง... หนาว...”
เสียงพึมพำเลือนรางราวกับเข็มเล่มหนึ่ง ทิ่มแทงหัวใจของลู่เจิงอย่างแรง
ดวงตาเขาแดงก่ำขึ้นทันที กัดฟันกรอดจนได้กลิ่นคาวเลือดในปาก
เลือดร้อนพลุ่งขึ้นศีรษะ ราวกับถูกเหล็กร้อนนาบ เขาผุดลุกขึ้นจากข้างเตียงทันที
นิ้วมือหยาบกร้านสั่นเทาขณะปลดกระดุมเสื้อบุฝ้าย ก่อนจะถอดเสื้อเก่าขาดวิ่นที่ปะชุนจนเต็มไปหมดออกอย่างรวดเร็ว
เขาไม่สนใจว่าลมหนาวจะบาดผิว ก้มลงอุ้มเด็กน้อยที่กำลังเป็นไข้พร้อมผ้าห่มเก่าทั้งผืน แล้วกอดไว้แนบอกอย่างมิดชิด
ฝ่ามือใหญ่รวบผ้าห่มเก่าขาด ๆ ให้กระชับ เหลือเพียงดวงตาคู่เล็กโผล่ออกมา
ผ้ามีน้อยเกินไป ห่มให้มิดชิดไม่ได้เลย
ลู่เจิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย เปิดแผงอกกำยำ แล้วแนบร่างกลมเล็กที่ร้อนผ่าวในอ้อมแขนไว้กับหัวใจแน่น
พอแก้มเย็นเฉียบสัมผัสผิวอุ่นของเขา ซุ่ยซุ่ยก็ขยับมุดเข้าหาโดยไม่รู้ตัว ราวกับลูกสัตว์ตัวน้อยที่กำลังหาที่พึ่งพิง
แขนของเขาโอบซุ่ยซุ่ยไว้แน่น คางหยาบกร้านวางบนกระหม่อมผมนุ่ม รับรู้ได้ว่าอุณหภูมิร่างกายของเธอสูงขึ้นเรื่อย ๆ
