ลมหิมะพัดโหมเข้ามาทางช่องประตูที่พัง ความอบอุ่นเพียงน้อยนิดที่เหลืออยู่ในบ้านถูกพัดหายไปจนหมด
เงาของยายหวังกับพวกที่หนีหัวซุกหัวซุนหายลับเข้าไปในม่านหิมะ เหลือเพียงขอนไม้ที่ถูกผ่าอยู่กลางลาน กับขวานใหญ่ที่ฝังลึกลงไปในดินแข็ง
ร่างสูงใหญ่ของลู่เจิงยืนอยู่ตรงประตู หน้าอกกระเพื่อมแรง ดวงตายังแดงก่ำไม่จางหาย
จู่ ๆ มือเล็ก ๆ ก็เอื้อมมาดึงขากางเกงเขาเบา ๆ
ร่างของลู่เจิงชะงัก ก่อนจะค่อย ๆ ก้มลงมอง
ซุ่ยซุ่ยเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตดำขลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว มือเล็กอีกข้างยังกำไข่ไก่ป่าครึ่งฟองที่เธอเสียดายไม่ยอมกินไว้แน่น
พอเห็นว่าน้าชายหันมามอง เธอเหมือนเพิ่งได้สติ จึงเขย่งปลายเท้า พยายามยื่นไข่ในมือขึ้นไปให้
“น้าชาย...กิน”
เสียงของเธอแผ่วเบาและนุ่มนวลปนสะอื้น แทบกลืนหายไปกับเสียงลมหวีดหวิว
หัวใจของลู่เจิงเหมือนถูกอะไรบางอย่างกระแทกอย่างแรง ทั้งปวดทั้งขมขื่น
ลูกกระเดือกเขาขยับ ก่อนจะก้มลงอุ้มซุ่ยซุ่ยทั้งตัวและมือเล็ก ๆ เข้ามาไว้ในอ้อมแขน
ร่างน้อยยังสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่
ลู่เจิงใช้แผ่นหลังกว้างบังช่องประตูไว้จนมิด จากนั้นก็อุ้มซุ่ยซุ่ยไปวางข้างเตาไฟ แล้วเติมฟืนแห้งอีกสองสามท่อน
เปลวไฟลุกพรึ่บขึ้น แสงสีส้มส่องใบหน้าเล็กซีดขาวของเธอ
“น้าชายไม่หิว ซุ่ยซุ่ยกินเถอะ” เสียงของลู่เจิงแหบพร่าอย่างหนัก
ซุ่ยซุ่ยส่ายหน้า ดื้อดึงยื่นไข่ไปใกล้ปากเขา
ดวงตาใสกระจ่างคู่นั้นจ้องมองเขาไม่กะพริบ แฝงแววมุ่งมั่นที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
ลู่เจิงมองเธอ ความเดือดดาลราวคลื่นยักษ์ในใจก็ถูกไข่ใบเล็กครึ่งฟองนี้ปลอบประโลมจนสงบลง
เขาอ้าปากกินไข่ครึ่งฟองนั้นเข้าไป
หอมมาก ความอุ่นไหลผ่านลำคอลงไปถึงท้อง
เมื่อเห็นเขากินแล้ว ซุ่ยซุ่ยจึงยิ้มบาง ๆ ราวกับดอกไม้ดอกน้อยที่เพิ่งถูกลมฝนซัดกระหน่ำ
