ประตูไม้ปิดลงด้านหลังลู่เจิงพร้อมเสียงเอี๊ยดอ๊าด ตัดขาดลมหนาวที่โหมกระหน่ำและหิมะที่ปลิวว่อนด้านนอกอย่างสิ้นเชิง
โลกภายนอกขาวโพลนและหนาวเหน็บราวกับนรกเยือกแข็ง ส่วนในบ้านก็ไม่ได้ดีกว่ากันสักเท่าไร
ไอเย็นเสียดกระดูกเล็ดลอดเข้ามาจากร่องกำแพงและรูโหว่บนกระดาษหน้าต่างรอบด้าน
โอ่งน้ำตรงมุมห้องจับตัวเป็นน้ำแข็งบาง ๆ แม้แต่ลมหายใจที่พ่นออกมาก็กลายเป็นไอขาวได้ในพริบตา
“หนาว...”
ซุ่ยซุ่ยซุกอยู่ในอ้อมแขนลู่เจิง ร่างเล็ก ๆ สั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงอ้อแอ้ของเธอฟังดูอู้อี้เพราะคัดจมูก
หัวใจของลู่เจิงเหมือนถูกคำคำนี้บีบรัดอย่างแรง
เขาก้าวยาว ๆ ไปยังมุมห้อง วางกระสอบป่านหนักอึ้งบนบ่าพิงกำแพงดังตุ้บ
เสียงกระสอบกระแทกพื้นทึบหนักประหนึ่งก้อนหินยักษ์ที่ตกลงกลางใจเขา หนักแน่นและมั่นคง
เขาก้มลงอย่างระมัดระวัง วางซุ่ยซุ่ยลงบนเตาดินที่เย็นเฉียบ แล้วห่มผ้าห่มบางเก่า ๆ ที่ยังพอสะอาดให้เธอจนมิด ราวกับห่อหนอนไหมตัวน้อย
“น้าอยู่นี่”
เสียงของลู่เจิงทุ้มแหบ แต่แฝงพลังที่ทำให้รู้สึกอุ่นใจอย่างยิ่ง
เขาไม่รอช้าแม้แต่น้อย หันหลังเดินไปยังเตาไฟกลางห้อง
ในเตาไฟเหลือเพียงเถ้าถ่านที่ยังอุ่นอยู่นิดหน่อย
ลู่เจิงย่อตัวลง ร่างสูงใหญ่ของเขาก้มต่ำ แล้วไปหอบฟ่อนต้นข้าวโพดแห้งสนิทจากมุมห้อง ยัดลงไปก้นเตาไฟอย่างคล่องแคล่ว
เขาหยิบคีมคีบถ่านขึ้นมา ค่อย ๆ เขี่ยกองเถ้าอย่างละเอียด ราวกับกำลังค้นหาสมบัติล้ำค่า
ไม่นานนัก เขาก็พบสะเก็ดไฟริบหรี่จุดหนึ่ง แทบจะดับมอดอยู่แล้ว
ลู่เจิงโน้มตัวลง เป่าลมใส่สะเก็ดไฟนั้นเต็มแรงจนแก้มป่อง
“ฟู่—”
ลมพัดวูบ เถ้าถ่านฟุ้งกระจาย สะเก็ดไฟสว่างวาบขึ้นมา ก่อนเปลวไฟสีส้มแดงเล็ก ๆ จะพุ่งพรึ่บขึ้นมา
สำเร็จแล้ว!
เปลวไฟเลียเล็มต้นข้าวโพดแห้ง ส่งเสียงแตกเปรี๊ยะเบา ๆ
ลู่เจิงรีบนำฟืนท่อนใหญ่สองสามท่อนพาดลงไป
ไฟลุกโชนขึ้นเรื่อย ๆ
แสงไฟสีส้มแดงขับไล่ความหนาวเหน็บและความมืดสลัวในห้องออกไปในทันที เงาของน้าหลานทอดลงบนผนังดินที่แตกร้าว ยืดยาวและอบอุ่น
