หลังลมเหนือพัดโหมมาตลอดคืน ฟ้าเพิ่งเริ่มสาง ลานบ้านของกองการผลิตหมู่บ้านซิ่งฮวาก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คนแล้ว
ลมหนาวเสียดกระดูกพัดลอดช่องประตูหน้าต่างเข้ามา ทำเอาทุกคนสั่นสะท้าน
แต่ชาวบ้านกลับไม่สนใจ ต่างชะเง้อคอมองด้วยความตื่นเต้นอยากรู้อยากเห็น จนลืมความหนาวไปหมด
กลางลาน ย่าหวังนั่งแหมะลงกับพื้น ร้องโวยวายพลางตบต้นขาตัวเอง
ลู่ต้าฉียงกับซุนกุ้ยฮวาสองสามียืนอยู่ข้าง ๆ ต่างหดคอ สายตาอำมหิตจับจ้องประตูไม้ที่ปิดสนิทของกองการผลิต
ไม่ไกลนัก ลู่เหมยอุ้มจ้าวจินเป่าลูกชายอ้วนตุ้ยนุ้ยไว้ สีหน้าเต็มไปด้วยความสะใจอย่างใจแคบ
พวกเขากำลังรอ
รอดูลู่เจิงส่งธัญพืชส่วนกลางไม่ไหว ถูกถอดหลังคาบ้านและยึดเครื่องมือทำกินไปอย่างน่าอนาถ
“ฉันบอกตั้งนานแล้วว่าไอ้เด็กนั่นมันอกตัญญู! ตัวเองกินดีอยู่ดี แต่แม่แท้ ๆ ใกล้จะอดตายอยู่แล้วก็ยังไม่สน!” ย่าหวังร้องไห้โวยวายเสียงแหลมดังลั่น
ซุนกุ้ยฮวารีบช่วยเสริม ดวงตาเรียวหางชี้กลอกมองบน “ใช่แล้ว! แม่ คนอกตัญญูแบบนั้นต้องลากไปประจานกลางถนน!”
จ้าวจินเป่าดิ้นขลุกขลักอย่างหงุดหงิดอยู่ในอ้อมแขนของลู่เหมย แล้วตะโกนว่า “แม่! ผมอยากกินเนื้อ! ผมอยากกินเนื้อบ้านไอ้เด็กเหลือขอนั่น!”
ชาวบ้านรอบ ๆ ซุบซิบกันพลางชี้ไม้ชี้มือ
“บ้านลู่นี่วุ่นวายกันไม่รู้เรื่องจริง ๆ”
“นั่นสิ ลูกก็ไม่เหมือนลูก แม่ก็ไม่เหมือนแม่”
ทันใดนั้น ประตูไม้ของกองการผลิตก็เปิดออกจากด้านในพร้อมเสียงเอี๊ยดอ๊าด
จ้าวเถี่ยจู้ นักบัญชีของกองการผลิต หนีบลูกคิดเดินออกมาอย่างเอื่อยเฉื่อย
เขาดันแว่นขอบบิ่นบนสันจมูก แล้วกระแอมก่อนตะโกนเสียงแหลม “เงียบหน่อย! เงียบ! วันนี้จะตรวจบัญชีธัญพืชกับน้ำมันของแต่ละครัวเรือน ต่อแถวให้เรียบร้อย แล้วเข้ามาทีละคน!”
