หัวใจของลู่เจิงบีบรัดขึ้นมา
เขาก้มลงมอง ก็เห็นดวงตากลมโตสีดำใสคู่หนึ่งกำลังมองเขาอยู่
ใบหน้าเล็ก ๆ ของซุ่ยซุ่ยแดงก่ำเพราะความหนาว รั้นจมูกก็แดงไปด้วย
ริมฝีปากน้อย ๆ ของเธอยื่นออกมานิด ๆ ก่อนจะพูดซ้ำอีกครั้ง
“น้า... ลง... อยากลง...”
เสียงเล็ก ๆ อ้อแอ้ถูกลมพัดจนฟังขาด ๆ หาย ๆ
ลู่เจิงขมวดคิ้ว
“ข้างนอกหนาว เดี๋ยวก็หนาวจนป่วยหรอก”
แขนที่โอบซุ่ยซุ่ยกระชับแน่นขึ้นอีกนิด
ลมบนเขาแรง แถมหิมะก็ลึก เด็กเล็กแค่ยืนบนพื้นยังทรงตัวไม่อยู่ นับประสาอะไรกับเดิน
แต่ซุ่ยซุ่ยกลับยืนกราน
ร่างน้อย ๆ ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขน มือเล็กเกาะสาบเสื้อ พยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้น
“ไม่หนาว... ซุ่ยซุ่ยอยากลง”
ลู่เจิงมองท่าทางดื้อดึงของเธอแล้วได้แต่จนใจ
ปกติเด็กน้อยคนนี้ว่าง่ายจนน่าเอ็นดู ทำไมถึงมาเอาแต่ใจเอาตอนนี้นะ
เขากวาดตามองรอบ ๆ แล้วหาหินก้อนใหญ่ที่บังลมได้มุมหนึ่ง
ใต้ก้อนหินมีพงหญ้าแห้งเล็ก ๆ ถูกหิมะทับอยู่พอดี ดูเรียบกว่าบริเวณอื่นเล็กน้อย
เขาอุ้มซุ่ยซุ่ยเดินไป แล้วก้มลงวางเธอไว้ข้างพงหญ้าอย่างระมัดระวัง
“อยู่ตรงนี้ ห้ามวิ่งซนไปไหน”
ลู่เจิงกำชับอย่างไม่วางใจ น้ำเสียงแหบพร่า “น้าจะผ่าฟืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินไหม”
ทันทีที่เท้าเล็ก ๆ ของซุ่ยซุ่ยแตะพื้น ความเย็นยะเยือกก็ซึมผ่านรองเท้าผ้าบาง ๆ เข้ามา
เธอหนาวจนตัวสั่น แต่ก็ยังพยักหน้าอย่างว่าง่าย
“อื้อ ซุ่ยซุ่ยจะเชื่อฟัง”
เธอเงยหน้าเล็ก ๆ แล้วยิ้มหวานนุ่มนิ่มให้ลู่เจิง
หัวใจของลู่เจิงอ่อนยวบลงทันที
เขายืดตัวตรง ดึงมีดตัดฟืนที่เหน็บเอวออกมา แล้วหันไปหาต้นไม้แห้งข้าง ๆ ซึ่งกิ่งหักไปครึ่งหนึ่งเพราะถูกหิมะทับ
