“ดูเหมือนว่านอกจากพวกเราแล้ว เมื่อก่อนยังเคยมีสรรพชีวิตนับไม่ถ้วนที่มาถึงเกาะเล็กแห่งนี้ แต่ผลคือก้าวเข้าไปในความฝันแล้วหาทางออกไม่ได้ จึงต้องจบชีวิตลงตรงนี้”
เมื่อมองเห็นกองกระดูกขาวที่ผุดขึ้นมาเป็นกอง ๆ ทั่วเกาะ หนอนไหมมังกรเขาทองก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ
“ตอนนี้พวกเราก็มีสิทธิ์ที่อยู่ภายในความฝันก็เป็นได้ ฉะนั้นคำที่มันพูดไม่ต้องเชื่อก็ได้”
ผู้อาวุโสฮุ่นเตือนขึ้น
“หนุ่มน้อย เจ้าวางใจเถิด ณ บัดนี้เจ้ายังไม่ได้อยู่ในความฝันแน่ ที่ข้าปรากฏกายออกมาพบเจ้า เพราะกลิ่นอายของคนสนิทคนหนึ่งของข้าลอยมาจากร่างของเจ้า
ไม่ทราบว่าเจ้ามีความเกี่ยวข้องกับคนสนิทผู้นั้นหรือไม่?”
ผู้เฒ่าชุดครามผู้นั้นกล่าวอีก
“ผู้อาวุโส ไม่ทราบว่าผู้ที่อาวุโสหมายถึงคือผู้ใด?”
เย่อวิ๋นเฟยเห็นว่าผู้เฒ่าชุดครามเอ่ยทักทายตนซ้ำแล้วซ้ำอีก รู้ว่าไม่ตอบไม่ได้ จึงตัดสินใจตอบไปด้วยความจำยอม
“คนสนิทผู้นั้นของข้ามาจากแดนกระบี่ เขาเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งแดนกระบี่”
ผู้เฒ่าชุดครามกล่าว
ขณะที่พูดนั้น เขาก็ยื่นมือออกไปโบกเบา ๆ ทักทายเย่อวิ๋นเฟยหนึ่งครั้ง
ฮึ่มฮึ่มฮึ่ม……
จากภายในร่างของเย่อวิ๋นเฟย แสงคมกระบี่อันรุ่งโรจน์จ้าระยับก็พุ่งทะลุออกมาเป็นระลอก ๆ แสงคมเหล่านั้นพุ่งถึงตัวผู้เฒ่าชุดครามในชั่ววูบ บิดเบี้ยววนเวียนอยู่ไม่หยุด
“ที่แท้ก็คือการสืบทอดของคนสนิทผู้นั้นของข้าจริง”
ผู้เฒ่าชุดครามพยักหน้ารับ
“ผู้อาวุโส วิชากระบี่ที่ข้าบำเพ็ญนั้น ได้รับการถ่ายทอดมาจากผู้อาวุโสองค์หนึ่งนามกระบี่เทพ
ผู้อาวุโสกระบี่เทพทรงมาจากแดนกระบี่จริง ๆ”
เย่อวิ๋นเฟยเห็นฉากนั้นก็รู้ทันทีว่าคนสนิทที่ผู้เฒ่าชุดครามกล่าวถึง มีโอกาสเป็นกระบี่เทพก็เป็นได้ จึงกล่าวขึ้นอย่างเคารพนบนับ
“เป็นอย่างไรบ้าง?
หาจุดอ่อนของความฝันเจอหรือยัง?
เราค้นหาอยู่ตลอด แต่พบว่าทุกสรรพสิ่งรอบตัวช่างเป็นจริงเหลือเกิน ความฝันที่สิ่งนี้สร้างขึ้นน่ากลัวยิ่งนัก”
หนอนไหมมังกรเขาทองส่งเสียงสื่อจิตถามขึ้นในจังหวะนั้น
“ข้าก็หาไม่พบ ทุกสิ่งรอบตัวดูจริงราวกับความจริงทั้งสิ้น”
ฮูเมี้ยวส่งเสียงสื่อจิตตอบ
“กระบี่เทพ?
นามนี้ข้าไม่เคยได้ยิน คนสนิทผู้นั้นของข้านามเจี้ยนเวิง ฝึกวิชากระบี่กล้าแกล้วสูงส่ง
