ไม่นานนัก ข่าวลืออีกเรื่องเกี่ยวกับปรมาจารย์พสุธาเมฆาก็แพร่สะพัดไปทั่วจงโจว
ผู้ใดมาขอโอสถ ปรมาจารย์พสุธาเมฆารับเพียงวัตถุดิบล้ำค่าธาตุไม้เท่านั้น!
ดังนั้น เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่ตั้งใจมาขอโอสถจึงเริ่มออกตามหาวัตถุดิบล้ำค่าธาตุไม้ไปทั่วทุกหนแห่ง
ภายในเวลาเพียงสองสามวัน เย่อวิ๋นเฟยก็ได้รับวัตถุดิบล้ำค่าธาตุไม้จำนวนมหาศาล
“สมดั่งคาด ข้าออกตามหาเองกับให้คนหมู่มากช่วยหา ผลลัพธ์ต่างกันลิบลับ”
ในรถม้า เย่อวิ๋นเฟยตรวจสอบวัตถุดิบล้ำค่าธาตุไม้ทีละชิ้น พลันเผยรอยยิ้ม
“คิดดูแล้ว งานประลองโอสถของหอโอสถกำลังจะเริ่ม เหตุใดยังไม่ส่งบัตรเชิญมาให้ข้าเลย
หรือว่าชื่อเสียงข้ายังไม่โด่งดังพอ?
หรือต้องปรุงโอสถวิเศษขั้นสอง หรือแม้แต่ขั้นสามสักสองสามเม็ด ถึงจะดึงดูดความสนใจของหอโอสถได้?”
เย่อวิ๋นเฟยพึมพำกับตนเอง
ขณะนั้นเอง
“บัตรเชิญหอโอสถอยู่ที่นี่ พสุธาเมฆาจงออกมารับบัตร!”
ทันใดนั้น เสียงตะโกนดังขึ้นจากเบื้องหน้า ชายหนุ่มผู้มีท่วงท่าหยิ่งผยองปรากฏตัวขึ้น ขวางหน้ารถม้า
ชายหนุ่มผู้นี้สวมอาภรณ์สีเหลืองอ่อน ใบหน้างดงามดุจหยก หล่อเหลายิ่ง แววตาแฝงความดูแคลนโลก
ทั้งร่างยังอบอวลด้วยกลิ่นหอมโอสถเข้มข้น เพียงมองก็รู้ว่าฝึกฝนวิชาโอสถ
“อุกอาจ!
นายท่านของข้าเป็นถึงปรมาจารย์โอสถ มีสถานะสูงส่ง อย่าได้เอ่ยนามท่านโดยตรง!”
เฟิงยวิ๋นเจวี๋ยตวาดด้วยโทสะ
“หึหึ ไอ้นักโอสถวิเศษขั้นหนึ่งกระจอกงอกง่อย ต่อหน้าหอโอสถของเรามันเป็นอะไรได้
อีกอย่าง นักโอสถวิเศษขั้นหนึ่งของเขาก็มิใช่ของจริง
ปรมาจารย์พสุธาเมฆาอะไรนั่น แต่ก่อนในจงโจวไม่เคยได้ยินชื่อแซ่ ตอนนี้จู่ ๆ ก็โผล่มา น่าสงสัยนัก
