“ผู้คุมหว่านเอาแต่เร่งรัดอยู่แล้ว” เฉินเฉวียนกล่าวอย่างระมัดระวัง
ให้ตายเถอะ เรื่องบัดซบอะไรกันเนี่ย
“ก็ไปหาขุนนางกระทรวงโยธานั่นสิ ให้เขาส่งเงินที่เหลือออกมา”
“ผู้นั้นบอกว่า จะขอพูดกับหัวหน้าเฉินด้วยตัวเองเท่านั้น ถึงจะยอมจ่ายเงิน” หลิวเช่อพูดจบ ก็รีบหดคอลง ท่าทางกระมิดกระเมี้ยนเป็นที่สุด
เฉินกวนโหลวขมวดคิ้วมุ่น “ใครก็ได้ เล่าความจริงมาให้ข้าฟังหน่อย ว่าก่อนหน้านี้หัวหน้าเจ้าไปรับปากอะไรกับเขาไว้? พวกเจ้าต่างก็เป็นเจ้าเก๋าแห่งคุกสวรรค์ทั้งนั้น ข้าไม่เชื่อว่าพวกเจ้าจะไร้ทางรับมือขุนนางนักโทษสักคน”
“หัวหน้าเฉินไม่รู้ ที่แท้ น้องสาวภรรยาของขุนนางนักโทษคนนั้น เป็นอนุภริยาของอ๋องตะวันออก ว่ากันว่านางโปรดปรานยิ่งนัก” เฉียนฟู่กุ้ยเอ่ยอธิบาย
นี่จึงเป็นเหตุผลที่พวกเขาไม่กล้าใช้ไม้แข็ง
เฉินกวนโหลวอ้าปากค้าง
ยอดเลย!
สุดยอดไปเลย!
เขารับราชการอยู่ห้องขังหมายเลขปิ่ง เคยคบหาคนที่มีฐานะใหญ่โตที่สุด ก็แค่เจ้าของสำนักมวยแห่งหนึ่ง หรือหัวหน้าโจรป่าเล็ก ๆ เท่านั้น
เพิ่งมาอยู่ห้องขังหมายเลขเจี่ยยังไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ก็ได้ยินอะไรต่อมิอะไร อนุภริยาที่อ๋องตะวันออกโปรดปราน น้องสาวภรรยาของขุนนางนักโทษ สูงสง่าเสียจริง!
“หากน้องสาวภรรยาของเขาเป็นอนุภริยาที่อ๋องตะวันออกโปรดปราน ไฉนเขายังต้องถูกขังอยู่ในคุกสวรรค์?”
ผู้คุมเรือนจำทั้งสี่คนดูจะมึนงงกับคำถามนี้ไปเลย
หลิวเช่อพึมพำแผ่วเบา “ไม่ขังคุกสวรรค์ แล้วจะให้ขังคุกองครักษ์นิกายก็ไม่เหมาะกระมัง”
เฉินเฉวียนกล่าวสืบต่อ “จริงด้วย หากถูกส่งเข้าคุกองครักษ์นิกายเมื่อใด ก็แทบไร้ทางหันหัวกลับมาได้อีกเลย”
