ลู่หยางมองอันธพาลผมกระเซิงทั้งสองอย่างเย้ยหยัน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงล้อเลียนว่า “อยากให้ผมปล่อยพวกคุณไปก็ได้ พวกคุณสองคนตบหน้าตัวเองเดี๋ยวนี้คนละร้อยที แล้วผมจะปล่อยไป!”
เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ!
อันธพาลผมกระเซิงทั้งสองไม่ลังเลแม้แต่น้อย พวกเขาตบหน้าตัวเองสลับซ้ายขวาอย่างแรง ราวกับใบหน้านั้นไม่ใช่ของตัวเอง
ที่พวกเขายอมเชื่อฟังขนาดนี้ เพราะรู้ดีว่าลู่หยางนั้นเก่งกาจดุดันเพียงใด และพี่น้องผมกระเซิงสามคนก่อนหน้านี้ถูกอีกฝ่ายจัดการจนมีสภาพน่าอนาถขนาดไหน
หากไม่ทำตามที่อีกฝ่ายบอก เกรงว่าจุดจบของพวกเขาคงน่าอนาถไม่แพ้กัน
ถ้าอีกฝ่ายเผลอทำให้พวกเขาแขนขาขาดขึ้นมาจริง ๆ แบบนั้นคงไม่คุ้มเสียแน่
ลู่หยางเห็นดังนั้นก็พึงพอใจอย่างยิ่ง
เขาหมุนมีดสั้นคมกริบในมือเล่นเป็นลวดลายอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนเดินไปหาพี่ไก่ที่ยังตกตะลึงอยู่ แล้วใช้สันมีดตบแก้มอัปลักษณ์ที่เต็มไปด้วยรอยด่างของอีกฝ่ายสองสามครั้ง
จากนั้นก็หัวเราะพลางเอ่ยว่า “คุณคือพี่ไก่ใช่ไหม?”
“ผมเองก็ไม่ใช่คนไร้เหตุผลหรอกนะ ตอนนี้ถ้าคุณยอมคุกเข่ากราบสามพันครั้ง แต่ละครั้งผมให้หนึ่งหยวน ผมก็จะจ่ายค่าแผงสามพันหยวนให้คุณเอง!”
“คุณคิดว่าไง?”
ตุ้บ!
ลู่หยางพูดจบ พี่ไก่ที่กำลังตกตะลึงก็สะดุ้งได้สติ แล้วคุกเข่าลงกับพื้นโดยสัญชาตญาณ รีบอ้อนวอนว่า “พี่ชาย ผมจะกล้าเก็บค่าคุ้มครองจากคุณได้ยังไง ขอร้องเถอะ ช่วยปล่อยผมไปเหมือนปล่อยตดทีเถอะ!”
