เมื่อได้ยินเช่นนั้น
หลี่หงเสียดีใจเป็นอย่างยิ่ง “เสี่ยวหยาง นายพูดจริงเหรอ อีกเดี๋ยวแม่ก็จะฟื้นขึ้นมาจริง ๆ เหรอ”
ลู่หยางพยักหน้า “จริงสิ!”
คนอื่น ๆ พอได้ยินเช่นนั้น ต่างก็พากันตกตะลึง
ไม่คิดเลยว่าลู่หยางจะกำจัดก้อนเนื้อขนาดใหญ่ในสมองของนางเจ้าซูเฟินได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ ฝีมือร้ายกาจจริง ๆ
ไม่นานนัก ภายใต้สายตาของทุกคน เปลือกตาของนางเจ้าซูเฟินก็สั่นไหวอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
หลี่หงเสียเห็นดังนั้นก็จับแขนอีกฝ่ายไว้ด้วยความตื่นเต้น พลางร้องเรียกว่า “แม่ ในที่สุดแม่ก็ฟื้นแล้ว ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง”
นางเจ้าซูเฟินลืมตาขึ้น เห็นชาวบ้านเบียดเสียดกันแน่นทั้งในและนอกร้านขายของชำ จึงถามหลี่หงเสียด้วยความสงสัยว่า “หงเสีย นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมในร้านขายของชำถึงมีคนเยอะขนาดนี้”
หลี่หงเสียรีบอธิบายทันที “แม่ เมื่อครู่แม่เป็นลมไป ถ้าไม่ได้เสี่ยวหยางกำจัดก้อนเนื้อใหญ่ในสมองแม่ออกไป ป่านนี้แม่คงยังหมดสติอยู่เลย!”
นางเจ้าซูเฟินได้ยินเช่นนั้นก็ถามกลับด้วยความประหลาดใจ “อะไรนะ หงเสีย แกรู้เรื่องที่แม่มีก้อนเนื้อในสมองแล้วเหรอ”
ชาวบ้านที่มุงดูอยู่รอบ ๆ พอได้ยินคำพูดของนางเจ้าซูเฟินก็พากันตกตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง ไม่คิดเลยว่าที่ลู่หยางพูดจะเป็นความจริง สาเหตุที่นางเจ้าซูเฟินเป็นลมก็เพราะมีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ในสมอง
