บทที่ 15 เจ้าแมวตัวโต
เย่ถังเข็นรถส่งอาหารมาถึงทางเดินในเขตสังเกตการณ์ ก่อนจะหยุดอยู่หน้าประตูนิรภัยของห้องคุมขังแรก แล้วก็พบปัญหาที่ควรจะสังเกตเห็นตั้งแต่เช้า
ช่องส่งอาหารมีลักษณะเป็นช่องสี่เหลี่ยม กว้างและยาวราว 20 เซนติเมตร เดิมทีออกแบบไว้สำหรับส่งหลอดสารอาหารขนาดมาตรฐานกับยาจำนวนเล็กน้อย
กล่องเก็บความร้อนในมือพอจะยัดเข้าไปได้อย่างทุลักทุเล แต่เสี่ยวหลงเปาที่อยู่ข้างในกลับไม่ได้—ซาลาเปาสองลูกวางเบียดกันอยู่ในกล่อง พองฟูจนสูงเกินช่องส่งอาหารไปมาก
เธอลองเอียงกล่อง ตะแคงกล่อง แล้วพลิกกลับด้าน แต่ไม่ว่าจะยัดอย่างไรก็ส่งเข้าไปไม่ได้ มุมกล่องเก็บความร้อนติดกับกรอบโลหะของช่องส่งอาหาร เกิดเสียงกระทบใสกังวาน
เย่ถังยืนเท้าเอวอยู่หน้าช่องสี่เหลี่ยม จ้องรูเล็ก ๆ นั่นอยู่สามวินาที ก่อนจะตัดใจอย่างเด็ดขาด หันไปจับลูกบิดประตูนิรภัย แล้วรูดบัตรผ่านตรงจุดอ่านบัตร
ประตูนิรภัยโลหะผสมบานหนาหนักเปิดผางออกพร้อมเสียง “กึก”
เสียงบานพับหมุนดังชัดเป็นพิเศษในทางเดินอันเงียบสงบ
ภายในเขตสังเกตการณ์หมายเลขหนึ่ง เสือขาวที่เดิมหมอบพักสายตาอยู่บนแท่นหินลืมตาขึ้น
จิ่งเหยาลุกขึ้นจากแท่นหิน ร่างมหึมาเหยียดตัวออก กล้ามเนื้อใต้ขนสีขาวราวหิมะขยับนูนขึ้นลง ลายพาดกลอนสีเทาอ่อนทอดจากแผ่นหลังไปถึงท้อง ทุกย่างก้าวที่แตะพื้นแผ่แรงกดดันหนักแน่นราวขุนเขา
เขาเดินไปกลางเขตสังเกตการณ์ ดวงตาสีอำพันหรี่ลงเล็กน้อย มองหญิงสาวตัวเล็กที่หน้าประตูจากเบื้องสูง—แม้แต่ตอนยืน เธอก็ยังสูงไม่ถึงไหล่ของเขา
ทันทีที่ประตูนิรภัยเปิด เงาสีเงินอมเทาก็พุ่งวาบมาขวางหน้าเย่ถังราวสายฟ้า โยวเลี่ยถ่างขาทั้งสี่เล็กน้อย ย่อตัวลงต่ำ ขนรอบคอตั้งชัน ดวงตาสีเทาอมฟ้าจับจ้องจิ่งเหยาอย่างสงบนิ่งและเฉียบคม ลำคอส่งเสียงขู่ต่ำลึกอย่างเตือนภัย
