บทที่ 16 ป้อนเสี่ยวหลงเปา
แสงไฟในเขตสังเกตการณ์หมายเลขสองสลัวกว่าห้องอื่น ๆ มาก เงาดำทะมึนก้อนหนึ่งขดตัวอยู่ตรงมุมห้อง แทบกลืนเป็นเนื้อเดียวกับเงามืด
ขนของเสือดำตัวนั้นดำสนิทผิดจากปกติ จะมีเพียงยามที่เขาหายใจเข้าออกอย่างเชื่องช้าเท่านั้นที่ขนทั่วตัวสะท้อนประกายสีน้ำเงินเข้มจาง ๆ
หานโจวไม่ได้เดินมารับถึงหน้าประตูเหมือนจิ่งเหยา เขายังคงหมอบอยู่ในมุมลึกที่สุดของเขตสังเกตการณ์ มีเพียงดวงตาเสือสีทองอ่อนคู่หนึ่งที่เปล่งประกายเย็นเยียบในความมืด ราวกับแสงไฟฟอสฟอรัสสองจุดลอยอยู่กลางราตรี
แรงกดดันที่แผ่ออกมานั้นต่างจากเขตสังเกตการณ์หมายเลขหนึ่งโดยสิ้นเชิง แรงกดดันของจิ่งเหยาเหมือนภูเขาที่ทิ้งน้ำหนักมหาศาลลงมา หนักแน่นและน่าเกรงขาม ส่วนแรงกดดันของหานโจวกลับเหมือนตาข่ายที่ค่อย ๆ พันรัดอย่างไร้เสียง จนแม้แต่อากาศก็พลอยเบาบางลง
ทันทีที่เย่ถังเปิดประตู เธอก็รู้สึกอึดอัดหน้าอกเล็กน้อย แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก นึกเพียงว่าคงยังไม่หายตกใจจากเมื่อครู่ เธอจึงถือถาดอาหารเดินเข้าไปอย่างสง่าผ่าเผย
“สวัสดี ฉันเป็นผู้คุมเรือนจำคนใหม่ เอาอาหารกลางวันวันนี้มาให้คุณ” เธอวางถาดลงบนแท่นหินกลางเขตสังเกตการณ์ เสี่ยวหลงเปา แคตนิป และสารอาหารถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ
จากนั้นเธอก็ไม่ได้รีบจากไป กลับยืนอยู่ข้างแท่นหิน มองเสือดำตรงมุมห้องด้วยแววตาเปี่ยมความคาดหวังและหยั่งเชิง
หานโจวมองเธอเงียบ ๆ
เขาย่อมรู้จักเพศเมียตัวน้อยคนนี้อยู่แล้ว ตอนเช้าเขาเห็นเธอเดินออกมาจากเขตสังเกตการณ์หมายเลขหนึ่ง และเมื่อครู่ก็เห็นผ่านผนังกระจกอย่างชัดเจนทุกขั้นตอนที่เธอลูบหัวจิ่งเหยา
เพศเมียระดับ F สองตัว ลูบหัวจอมพลจักรวรรดิแล้วก็ยังบ่นว่าขนนุ่มไม่พอ บอกว่า “สัมผัสดีใช้ได้” ตอนนี้เธอมายืนอยู่ในเขตสังเกตการณ์ของเขา มองเขาด้วยสายตาประหลาดแบบเดียวกับที่ใช้มองจิ่งเหยาเมื่อครู่
เขาไม่คิดจะยอมให้เธอลูบ
หานโจวลุกขึ้นจากมุมห้อง เงาดำทะมึนเคลื่อนไหวท่ามกลางแสงสลัว ราวกับเงามืดได้มีตัวตนขึ้นมาจริง ๆ
