บทที่ 7 เขาสงสัยว่าตัวเองตาฝาด
ประตูหน้าของเรือนจำหมายเลขศูนย์เข้มงวดกว่าที่เธอคิดไว้มาก
ประตูโลหะสีเทาดำสูงกว่าสิบเมตร ผิวด้านนอกหุ้มเกราะโลหะผสมสีหม่นเอาไว้ทั้งชั้น สองข้างประตูมีหอเฝ้าระวังตั้งตระหง่านอยู่แห่งละหนึ่ง หอบนยอดติดตั้งปืนใหญ่พลังงานที่เปล่งแสงสีฟ้าอมม่วงในความมืด
ในป้อมยามหน้าประตูมีเจ้าหน้าที่คุ้มกันติดอาวุธครบมือยืนอยู่สี่คน ทุกคนสวมชุดปฏิบัติการสีดำเหมือนกัน มีอาวุธปืนพลังงานเหน็บอยู่ตรงเอว ท่วงท่ายืนตรงแน่ว สายตากวาดมองผู้ที่เข้ามาใกล้ทุกคนอย่างเหยี่ยวจับจ้องเหยื่อ
ตอนเย่ถังไถลลงจากหลังโยวเลี่ย ขาของเธอยังอ่อนแรงอยู่บ้าง ขี่มานานจนก้นชาไปหมด
เธอโค้งตัวทุบต้นขาเบา ๆ ก่อนเดินกะเผลกไปยังป้อมยาม โดยมีหมาป่ายักษ์สีเงินอมเทาตัวนั้นเดินตามหลังมา
“หยุดก่อน” เจ้าหน้าที่คุ้มกันที่ยืนอยู่หัวแถวชูมือขวางเธอ สายตากวาดมองเสื้อผ้าเก่าซีดจางบนตัวเธอ ก่อนจะเลื่อนไปยังหมาป่าสีเงินตัวมหึมาที่อยู่ด้านหลัง สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ไม่ได้ถามอะไร “ด้านหน้าเป็นเขตควบคุมทางทหาร ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้”
“ฉันไม่ใช่คนที่ไม่เกี่ยวข้องค่ะ” เย่ถังชี้ไปยังประกาศรับสมัครงานที่ถูกฉีกลงมาจากบอร์ด “ฉันมาสมัครงาน”
เจ้าหน้าที่คุ้มกันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนมองเธอตั้งแต่หัวจดเท้า มาสมัครงานงั้นเหรอ? ที่เรือนจำหมายเลขศูนย์เนี่ยนะ? เพศเมียร่างบอบบางที่ดูเหมือนลมพัดทีเดียวก็ปลิวคนนี้น่ะหรือ?
เขากดเครื่องสื่อสารตรงหูแล้วพูดเสียงเบาอยู่สองสามประโยค จากนั้นก็เงยหน้าขึ้น สีหน้าและท่าทีสุภาพนอบน้อมกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด “พันเอกลู่อวี่เชิญคุณเข้าไปครับ เดินตรงไปตามถนนสายหลัก สำนักงานอยู่ชั้นสามของอาคารหลัก ห้องในสุดครับ”
ประตูโลหะหนักอึ้งค่อย ๆ เปิดออกเป็นช่องแคบ พอให้คนหนึ่งผ่านได้ เย่ถังสูดหายใจลึกแล้วก้าวเข้าไป โยวเลี่ยเดินตามข้างกายเธออย่างไร้เสียง ดวงตาสีเทาอมฟ้าคมกริบขึ้นทันทีที่เข้าเขตเรือนจำ กวาดมองจุดติดตั้งอาวุธบนกำแพง เส้นทางเปลี่ยนเวรของหน่วยลาดตระเวน และกล้องวงจรปิดแบบซ่อนตรงมุมทางเดินอย่างเงียบเชียบ
