บทที่ 35 คุณชายอย่างผมมีเงินถมเถ
หลิงโส่วยืนอยู่บนคอนไม้ มองชื่อเหิงที่ค่อย ๆ จิกไอศกรีมสตรอว์เบอร์รีคำสุดท้ายเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะคาบเครปมะม่วงอีกชิ้นออกมาเพลิดเพลินอย่างไม่รีบร้อน จากนั้นก็ก้มมองสารอาหารหลอดเดียวโดดเดี่ยวในจานของตัวเอง ในที่สุดเขาก็ยอมรับความจริงที่พยายามปฏิเสธมาตลอดครึ่งเดือน—ในเรือนจำหมายเลขศูนย์แห่งนี้ ปากแข็งเอามากินแทนข้าวไม่ได้
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังปากแข็งอยู่ดี ตอนกดแผงสื่อสารติดต่อหาลู่อวี่ น้ำเสียงก็ยังคงไว้ซึ่งท่าทีหยิ่งผยองสมฐานะผู้สืบทอดตำแหน่งประมุขเผ่าเหยี่ยวเทียนหลิง “ผู้พันลู่ โอนค่าอาหารให้บัญชีของผู้คุมเย่หน่อย จำนวนก็เอาตามมาตรฐานของนกเพลิงห้องข้าง ๆ แล้วกัน” จากนั้นเขาก็ชะงักนิ้วตรงช่องหมายเหตุการโอนเงิน พิมพ์ข้อความสองสามคำลงบนแป้นพิมพ์เสมือน แล้วกดส่ง
ตอนเย่ถังได้รับการแจ้งเตือนเงินโอน เธอกำลังนั่งยอง ๆ ถอนวัชพืชข้างต้นกระเทียมในลานบ้าน หน้าจอโฮโลแกรมที่เด้งขึ้นมาจากสมองกลปรากฏข้อความตัวโตว่า【หมายเหตุ: คุณชายอย่างผมมีเงินถมเถ!】เธอจ้องข้อความนั้นอยู่สามวินาที ก่อนจะหลุดหัวเราะพรืดออกมา ไก่เดินดินตัวนี้นี่นะ ปากแข็งที่สุดตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย
นับจากวันนั้น ในที่สุดมื้ออาหารของหลิงโส่วก็พ้นจากวันคืนขมขื่นที่ต้องกินสารอาหารคู่กับแคตนิป แล้วเลื่อนระดับขึ้นมาเทียบเท่ากับเหล่าเจ้าบุญทุ่มคนอื่น ๆ
ซี่โครงแกะย่าง สเต๊กเนื้อย่าง น่องไก่อบเคลือบน้ำผึ้ง เย่ถังจัดอาหารให้เขาชุดหนึ่งตามมาตรฐานของจิ่งเหยา แถมยังเพิ่มปริมาณเป็นพิเศษด้วย เพราะถึงอย่างไรก็เป็นนกล่าเหยื่อ ปริมาณอาหารคงไม่น้อยแน่ แต่หลังจากหลิงโส่วกินมื้อเพิ่มปริมาณในวันแรกเสร็จ สายตาก็อดเหลือบไปทางห้องข้าง ๆ ไม่ได้
ในจานของชื่อเหิงไม่เพียงมีเนื้อสัตว์ แต่ยังมีโค้กเย็นฉ่ำหนึ่งแก้วกับไอศกรีมเคลือบช็อกโกแลตอีกหนึ่งกล่อง หลิงโส่วก้มมองเนื้อย่างเต็มจานที่ทั้งอุดมสมบูรณ์และเรียบง่ายของตัวเอง แล้วเงยหน้ามองขนมหวานในมือชื่อเหิง ความพึงพอใจในดวงตาเหยี่ยวพลันถูกความไม่ยอมแพ้ระลอกใหม่เข้ามาแทนที่ ทำไมกัน
