บทที่ 27 หลิงโส่วผู้ดื้อรั้นหัวชนฝา
หลิงโส่วรู้สึกว่าความอัดอั้นตลอดชีวิตรวมกันยังไม่มากเท่าช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา
เขาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าเผ่าเหยี่ยวเทียนหลิง ตั้งแต่วันที่ฟักออกจากไข่ก็เป็นที่รักใคร่ของทุกคน
เผ่าเหยี่ยวเทียนหลิงเป็นเจ้าเวหาแห่งจักรวรรดิ มารดาของเขาเป็นหนึ่งในเทพีนักรบไม่กี่คนของจักรวรรดิที่ปลุกพลังการต่อสู้ได้ ส่วนตัวเขาก็ทะลวงพลังการต่อสู้ระดับ S ได้ในพิธีบรรลุนิติภาวะ และได้รับการประเมินจากกองทัพว่าเป็น “มนุษย์สัตว์ปีกนักล่าที่มีพรสวรรค์ด้านการรบกลางอากาศโดดเด่นที่สุดในรอบร้อยปี”
คำพูดทั้งหมดที่เขาเคยได้ยินมาตลอดชีวิต ไม่ใช่คำยกย่องก็เป็นคำแสดงความยำเกรง ไม่ใช่การขอคำสั่งก็เป็นการรายงาน เขาไม่เคยถูกใครเรียกว่า “ไก่เดินดิน” มาก่อน ยิ่งไม่เคยถูกเรียกติดกันนานถึงครึ่งเดือน
แต่เย่ถังทำได้ สาวน้อยเพศเมียคนนี้ไม่เพียงเรียกเขาว่าไก่เดินดิน ยังเรียกเขาว่านกขนลีบ นกไร้การศึกษา เมื่อวานถึงกับเลื่อนขั้นเป็น “เจ้าคนน่าสงสารที่ไม่มีข้าวกิน”
ตอนนั้นเขาโมโหจนกระโดดเหยง ๆ อยู่บนคอน เหยียบคอนโลหะจนดังโครมคราม ทว่าเย่ถังเพียงเข็นรถอาหารจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมา ก่อนจากยังทิ้งท้ายว่า “กระโดดไปก็ไม่มีประโยชน์ ไม่มีเงินก็ไม่มีเนื้อ”
เพื่อนบ้านข้างห้องของเขากินเนื้อชิ้นโตกันวันละสามมื้อ กลิ่นซี่โครงแกะย่าง สเต๊กเนื้อทอด หอยนางรมอบกระเทียม และปีกไก่ย่างน้ำผึ้งลอยอบอวลไปตามทางเดินตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
จานอาหารของจิ่งเหยาเต็มพูนราวกับภูเขาเนื้อเสมอ ส่วนหานโจวแม้จะกินไม่มาก แต่ทุกมื้อก็เป็นสัตว์ปีกกับเนื้อแดงที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน ชื่อเหิงไม่เพียงมีเนื้อกิน ยังมีของหวานด้วย เมื่อวานเขาถึงกับเห็นชื่อเหิงกำลังกินของที่เรียกว่า “ทีรามิสุ” ผงสีน้ำตาลโรยอยู่บนครีมสีขาว ชื่อเหิงจิกกินคำหนึ่งก็หรี่ตาพลางสะบัดขน พอสะบัดเสร็จก็จิกกินอีกคำ ส่วนชางหมิงยิ่งเกินไป มื้ออาหารทะเลของเขาอัปเกรดจากหอยนางรมอบกระเทียมเป็นล็อบสเตอร์อบเนย เย่ถังยังทำโจ๊กทะเลหม้อหนึ่งให้เขาโดยเฉพาะ ตอนยกไปส่งข้างสระก็มีผักดองเค็มถ้วยเล็กให้ด้วย
