บทที่ 56 รับเขาเป็นสามีไม่ขาดทุน
ตอนชื่อเหิงบินกลับมาจากบ้านเก่าของเผ่าจูเชวี่ย ฟ้าก็สว่างจ้าแล้ว ระยะทางเป็นเส้นตรงจากเทือกเขาเหยียนหลิ่งถึงเรือนจำหมายเลขศูนย์ไม่ไกลนัก แต่เขากอดเอกสารทรัพย์สินกองพะเนินที่สูงกว่าศีรษะไว้แนบอก จึงบินช้ากว่าปกติมาก
แสงยามเช้าสาดมาจากด้านหลัง ฉาบปีกสีแดงชาดของเขาด้วยขอบสีทอง เมื่อมองจากพื้นขึ้นไป เขาดูราวกับดาวตกที่มีเปลวเพลิงสีแดงลากเป็นหาง พาดผ่านเหนือผืนป่า
เขามองเห็นกำแพงสีเทาดำของเรือนจำหมายเลขศูนย์กับบ้านเดี่ยวหลังเล็กสีเทาขาวในเขตพักอาศัยอยู่ลิบ ๆ หัวใจในอกก็เต้นรัวขึ้นมา เมื่อคืนเขาถูกขบวนสินสอดของโยวเลี่ยเล่นงานจนตั้งตัวไม่ทัน จึงบินกลับบ้านเก่ากลางดึกเพื่อขอกำลังเสริม ทั้งออดอ้อนทั้งตบโต๊ะในห้องทำงานของปู่ ในที่สุดก็ขนสมบัติจากคลังของเผ่าจูเชวี่ยมาได้เกือบครึ่ง
เอกสารปกทองในอ้อมแขนเหล่านี้ แค่หยิบออกมาสักฉบับก็เลี้ยงมนุษย์สัตว์ธรรมดาได้ทั้งชีวิตแล้ว—คฤหาสน์สามหลังทางตะวันออกของเมืองหลวง คฤหาสน์ชนบทสองแห่งทางตะวันตก สิทธิ์ทำเหมืองแร่จิตวิญญาณสามแห่งในเทือกเขาเหยียนหลิ่ง หุ้นทั้งหมดของโรงประมูลหกแห่งในเผ่าจูเชวี่ย พันธบัตรเงินรายปีของธนาคารกลางจักรวรรดิ รวมถึงบัญชีเงินอุดหนุนพิเศษจากกรมความปลอดภัยที่ปู่เริ่มฝากไว้ตั้งแต่ปีที่เขาเกิด
เขากล้าเดิมพันเลยว่า ทั่วทั้งจักรวรรดิไม่มีสัตว์เพศผู้ตัวไหนจะมีสินสอดมากมายเท่าเขา ทรัพย์สินของเผ่าหมาป่าสีเทาที่โยวเลี่ยมีอยู่เทียบกับของเขาแล้วก็เหมือนแสงหิ่งห้อยเทียบกับแสงจันทร์
