ยังกล้าพูดออกมาได้อย่างหน้าชื่นตาบาน
น่าขยะแขยง!
ไร้ยางอาย!
มุมปากของเจียงอี่หนิงกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะฝืนกดมันลงไป
จู่ ๆ สายตาของคุณย่าก็หันมามองเธอ
“เธอมีอะไรอยากพูดไหม”
เจียงอี่หนิงชะงักไปหนึ่งวินาที ก่อนจะส่ายหน้า
“ไม่มีค่ะ”
“ไม่โกรธหรือ” คุณย่าจ้องเข้าไปในดวงตาของเธอ
เจียงอี่หนิงถึงได้รู้ตัวว่า คุณย่ายังไม่ยอมล้มเลิกความหวัง
คุณย่าไม่ได้คิดจะเอาผิดฟู่หวยเยี่ยน และก็ไม่ได้คิดจะช่วยให้เธอสมหวังเรื่องหย่า
กลับคิดจะฉวยโอกาสนี้ช่วยให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกัน บีบให้เธอยอมถอยและแสดงความใจกว้าง
น่าเสียดาย ถ้าเป็นเมื่อเจ็ดปีก่อน เธออาจจะซาบซึ้งใจ และคิดว่าคุณย่าเป็นห่วงเธอ
แต่ตอนนี้ เธอรู้สึกเพียงเย็นชา
“ไม่โกรธค่ะ” เจียงอี่หนิงตอบ “ไม่เกี่ยวกับฉัน”
ใบหน้าของคุณย่าพลันหม่นลง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงสองครั้ง
มือที่กำผ้าห่มอยู่เกร็งจนข้อนิ้วขาวซีด
“เธอ...”
ฟู่หวยเยี่ยนตวัดสายตามามอง เย็นชาเฉียบคมราวกับคมมีด น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเธอ
“เจียงอี่หนิง”
เจียงอี่หนิงไม่สนใจเขาเลยสักนิด ในใจมีแต่ความรู้สึกว่าช่างน่าขันสิ้นดี
เธอไม่โกรธและใจกว้างก็ผิด
โกรธและหึงหวงก็ผิด
แล้วเธอต้องทำอย่างไร พวกเขาถึงจะพอใจ!
หลังจากเงียบงันอยู่นาน
คุณย่าโบกมืออย่างเหนื่อยหน่าย น้ำเสียงแฝงความรำคาญ
“เจียงอี่หนิง ออกไปเถอะ”
เจียงอี่หนิงไม่พูดอะไรอีก หันหลังเดินออกไปทันที
ตอนที่ออกมา ทางเดินเงียบสงัด
ตอนเธอเดินพ้นหัวมุม จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งตามมาจากด้านหลัง
ฟู่เจียอวี่วิ่งตามมาคว้ามือเธอไว้
เจียงอี่หนิงหยุดเดินแล้วหันกลับไป
ฟู่เจียอวี่เงยหน้ามองเธอ ใบหน้าเล็ก ๆ ยับย่นไปหมด
