เจียงอี่หนิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจความหมายที่โจวซวี่ไป๋ต้องการสื่อทันที
เขาช่วยพูดแทนเธอจนหมดแล้ว
ไม่อยากให้คนพวกนี้ทำให้เธอต้องขัดหูขัดตา
เอาเข้าจริง คำพูดเหล่านั้นออกจากปากเขา ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอเลย
หัวใจของเจียงอี่หนิงพลันอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย
การได้รู้จักเพื่อนอย่างโจวซวี่ไป๋นับเป็นโชคดีของเธอ
แต่เธอไม่ได้อยากใจร้ายเหมือนคนพวกนั้น
เจียงอี่หนิงหันกลับไปมองเวินจวินซาน น้ำเสียงสงบนิ่ง
“คุณหมอเวิน เรื่องระหว่างฉันกับคนตระกูลเสิ่นเป็นเรื่องของพวกเรา ฉันจัดการเองค่ะ”
“จะช่วยหรือไม่ช่วยก็แล้วแต่การตัดสินใจของคุณ ไม่ต้องเกรงใจฉันค่ะ”
เวินจวินซานยิ้มแล้วโบกมือให้ผู้ช่วย
“ไม่รับคนไข้ ฉันเกลียดคนแซ่เสิ่น ไล่พวกเขาไป”
ผู้ช่วยไม่กล้าพูดอะไร รีบขานรับแล้วถอยออกไป
“ไม่พูดเรื่องพวกนี้แล้ว ฉันทำแผลให้เธอก่อน”
เวินจวินซานให้เจียงอี่หนิงนอนคว่ำบนเตียงกายภาพบำบัด ก่อนใช้กรรไกรตัดผ้าก๊อซที่ติดอยู่กับแผลตรงเอวด้านหลังของเธอออก
ทันทีที่แกะผ้าก๊อซออก แววตาของโจวซวี่ไป๋ก็พลันหม่นเย็นลง
ผ้าปิดแผลที่พันไว้ถูกเลือดซึมจนชุ่ม สีเลือดแดงฉานชวนแสบตา
คราบเลือดแห้งกรังจนผ้าก๊อซติดแน่นกับผิวหนัง
ตอนที่ดึงผ้าก๊อซออก เจียงอี่หนิงกัดหมอนไว้ ไม่ส่งเสียงสักแอะ
มือของเวินจวินซานชำนาญกว่าเธอมาก ทั้งรวดเร็วและมั่นคง
“ยังดี” เวินจวินซานพันผ้าก๊อซให้ใหม่
“ดูเหมือนเลือดจะซึมเยอะ แต่จริง ๆ ไม่ได้กระทบกระดูกหรือเส้นเอ็น ฟื้นตัวได้ดี”
เจียงอี่หนิงลุกจากเตียงแล้วสวมเสื้อคลุม โจวซวี่ไป๋ยืนอยู่ตรงประตู สีหน้าไม่สู้ดีนัก
เขากำลังจะพูด แต่เจียงอี่หนิงชิงเอ่ยขึ้นก่อน
“ไม่เป็นไรค่ะ แค่เผลอชนจนเป็นแผลเล็กน้อย อย่าคิดมากเลยนะคะ”
