ใบหน้าของเวินจวินซานพลันเคร่งขรึมลงทันที
“คนพวกนี้สืบจนรู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรำคาญและหมดความอดทน
“ผมบอกชัดเจนแล้วว่าไม่รักษา ทำไมยังตามตื๊อไม่เลิกเหมือนกาวตราหมาแบบนี้!”
พ่อบ้านไม่กล้าพูดมาก รีบร้อนฉายภาพจากกล้องวงจรปิดตรงประตูขึ้นบนจอ
ในภาพ ฟู่หวยเยี่ยนอุ้มเสิ่นเทียนยืนอยู่หน้าประตูเหล็ก
เด็กชายห้อยศีรษะซบอยู่บนไหล่ของเขา ใบหน้าซีดเผือด
เสิ่นเมี่ยวอินตบประตูพลางร้องตะโกน เครื่องสำอางเลอะไปกว่าครึ่ง แม้แต่เสียงก็แหบพร่า
“หมอเทวดาเวิน ขอร้องล่ะคะ ช่วยออกมาพบน้องชายฉันสักครั้ง เขาใกล้ไม่ไหวแล้วจริง ๆ...”
เจียงอี่หนิงมองภาพนั้น ตะเกียบในมือชะงักไปครู่หนึ่ง
จากนั้นก็เหลือเพียงความเย็นเยียบที่เสียดแทงถึงกระดูก
ปีนั้นแม่กำลังตกอยู่ในอันตราย เธอวิงวอนคนอื่นอย่างต่ำต้อย
แต่ฟู่หวยเยี่ยนกลับยืนมองอย่างเย็นชาตั้งแต่ต้นจนจบ
แต่พอเสิ่นเทียนเป็นอะไรขึ้นมา เขากลับมาด้วยตัวเอง ยอมลดศักดิ์ศรีเที่ยวขอร้องคนอื่นไปทั่วเพื่อช่วยชีวิตเขา
ข้างนอกมีฝนตกปรอย ๆ
บ่าของเสื้อสูทฟู่หวยเยี่ยนเปียกชุ่มไปแถบหนึ่ง
แต่เขายังคงยืนตัวตรง ไม่ยอมจากไป
คนเราช่างแตกต่างกันจริง ๆ!
เวินจวินซานโกรธจนตบโต๊ะเสียงดัง
“รีบไล่พวกเขาไปเดี๋ยวนี้! อย่าปล่อยให้คนพวกนี้มาทำลายมื้อเย็นของเรา!”
พ่อบ้านรีบร้อนวิ่งออกไป ไม่ถึงสองนาทีก็กลับมาอีกครั้ง ใบหน้าซีดเผือด
“คุณผู้ชาย ไล่ไม่ไปครับ!”
“ข้างนอกมีคนมากันเต็มไปหมด จนปิดถนนทั้งสาย พวกเขาบอกว่า...บอกว่าถ้าวันนี้คนตระกูลฟู่ไม่ได้พบท่านก็จะไม่ไปครับ...”
เวินจวินซานผุดลุกขึ้นยืนด้วยความโมโห
“ตระกูลฟู่จะเผด็จการเกินไปแล้วหรือไง?! คิดจะบุกเข้ามาเลยหรือ!”
