แผ่นหลังของเสิ่นเมี่ยวอินแข็งเกร็งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
เธอหันไปถลึงตาใส่จี้ซู
จี้ซูกลอกตาใส่เธอจนแทบจะขึ้นไปถึงฟ้า
ใบหน้าของเสิ่นเมี่ยวอินเขียวคล้ำ
เธอเหลือบมองฟู่หวยเยี่ยนอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าฟู่หวยเยี่ยนไม่เคยหันไปมองเจียงอี่หนิงเลยสักครั้ง สีหน้าก็ยังคงเรียบเฉย
เธอถึงค่อยลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วนั่งตัวตรง
เธอขยับมุมเล็กน้อย บดบังใบหน้าของตัวเองไว้ระหว่างฟู่หวยเยี่ยนกับเจียงอี่หนิง
“พี่หวยเยี่ยน ฉันจะถ่ายรูป ช่วยหั่นสเต๊กให้หน่อยได้ไหมคะ”
เสิ่นเมี่ยวอินจงใจปรับเสียงให้อ่อนหวาน พร้อมยกโทรศัพท์ขึ้นตั้งถ่ายไปทางโต๊ะ
ฟู่หวยเยี่ยนขานรับ แล้วรับมีดกับส้อมมา
จี้ซูเห็นดังนั้นก็เลิกคิ้ว ก่อนหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายจานสเต๊กวากิวที่เพิ่งยกมาเสิร์ฟทันที
“คุณโจวคะ เพื่อนฉันหั่นสเต๊กไม่ไหว คุณช่วยหั่นให้เธอด้วยได้ไหมคะ”
โจวซวี่ไป๋รับมีดกับส้อมมา แล้วหั่นสเต๊กอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจัดเรียงกลับลงจานและเลื่อนไปให้เจียงอี่หนิง
“หนิงหนิง ขนาดพอดีไหม”
เจียงอี่หนิง “...ไม่ต้องพิถีพิถันขนาดนั้นก็ได้”
จี้ซูกดชัตเตอร์แชะ ๆ สามครั้ง วางโทรศัพท์ลง ก่อนหันหน้าจอไปทางเสิ่นเมี่ยวอิน
“ขอบคุณค่ะคุณโจว หั่นได้สวยกว่าบางคนเยอะเลย”
นิ้วมือของเสิ่นเมี่ยวอินที่จับส้อมอยู่กำแน่นขึ้น
ยี่สิบนาทีต่อมา
เสิ่นเมี่ยวอินทำอะไร จี้ซูก็ทำตามทุกอย่าง
เสิ่นเมี่ยวอินตักรังนกหนึ่งช้อนให้ฟู่หวยเยี่ยนลองชิม
จี้ซูก็จับมือเจียงอี่หนิง ตักหนึ่งช้อนยื่นไปตรงหน้าโจวซวี่ไป๋
เสิ่นเมี่ยวอินบอกว่าไวน์นี้ไม่เลว
จี้ซูก็ให้โจวซวี่ไป๋รินไวน์ให้เจียงอี่หนิง
เสิ่นเมี่ยวอินขอให้ฟู่หวยเยี่ยนแกะกุ้งให้ จี้ซูกำลังจะเอ่ยปาก เจียงอี่หนิงก็ยื่นมือไปกดเธอไว้
แล้วจับกุ้งที่จี้ซูแกะเสร็จยัดเข้าปากเธอเอง
“กินของเธอไป”
เจียงอี่หนิงพูดเสียงเบา
จี้ซูเคี้ยวแก้มตุ่ยอยู่สองสามที แล้วเบิกตาจ้องไปทางเสิ่นเมี่ยวอิน
