ยามเช้าตรู่
ตอนเวินอี้ตื่นขึ้นมา ก็เห็นตัวเองกำลังซุกอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม สองมือแนบอยู่บนแผงอกกำยำของเขา แม้แต่ขาข้างหนึ่งก็พาดอยู่บนตัวเขาอย่างเป็นธรรมชาติ
เมื่อเห็นภาพนี้ เธอกลับสงบใจได้อย่างน่าประหลาด
เห็นได้ชัดว่าความเคยชินเป็นสิ่งที่น่ากลัวจริง ๆ
เธอค่อย ๆ ปรับตัวกับการถูกหานมู่เฉินกอดนอนจนชินเสียแล้ว
มองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มที่หลับสนิทตรงหน้า ท่าทางดูไร้พิษภัย แล้วไหนเลยจะเหลือความร้ายกาจที่ชอบกลั่นแกล้งคนอื่นอยู่อีก
เธอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนค่อย ๆ ดิ้นออกจากอ้อมแขนเขาอย่างระมัดระวัง
ที่จริง นอกจากจะชินกับการถูกเขากอดนอนแล้ว เธอยังชินกับการตื่นมาทำอาหารเช้าให้เขาอีกด้วย
เมื่อก่อนตอนอยู่คนเดียว เธอมักจะกินอาหารเช้าแบบขอไปที
คงติดหนี้เขามาตั้งแต่ชาติปางก่อนจริง ๆ
แต่เวินอี้เพิ่งจะลุกนั่ง ชายหนุ่มก็เอื้อมมือมาคว้าตัวเธอกลับไป
เธอไม่ทันตั้งตัว จึงทิ้งตัวคว่ำลงบนอกเขาเต็ม ๆ
กล้ามอกของเขาแข็งปั้ก กระแทกจนเจ็บไปหมด
“หานมู่เฉิน คุณทำอะไรน่ะ?”
หานมู่เฉินกอดเวินอี้ไว้โดยไม่ลืมตา น้ำเสียงเกียจคร้าน
“อยู่เป็นเพื่อนฉันนอนต่ออีกหน่อย”
เวินอี้กำหมัดแน่น ทุบอกเขาไปทีหนึ่ง “อย่ามาเล่นนะ ฉันจะไปทำอาหารเช้า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หานมู่เฉินก็ค่อย ๆ ปรือตาขึ้น มองเธอด้วยหางตา “ยังไม่ได้เป็นเมียฉันเลย ก็เริ่มทำตัวเป็นแม่ศรีเรือนแล้วเหรอ?”
เวินอี้: “?!!”
นี่มันเกี่ยวอะไรกับการเป็นแม่ศรีเรือนด้วย?
“หน้าด้าน!”
“ฉันแค่ทำให้ตัวเองกิน ไม่ได้ทำให้คุณสักหน่อย”
หานมู่เฉินหัวเราะหึ ไม่ถือสาคำพูดปากแข็งของเธอ
