ราชวงศ์ต้าเยี่ยนไม่มีกฎหมายห้ามสตรีออกนอกบ้านพบปะผู้คน โดยเฉพาะครอบครัวสามัญชน ท้ายที่สุดยังต้องให้สตรีออกมาทำงานเพื่อหารายได้เสริมจุนเจือครอบครัว
ส่วนสตรีในตระกูลขุนนางผู้มั่งคั่ง ส่วนใหญ่ยามออกนอกบ้านมีรถม้า มีบ่าวรับใช้ แทบไม่ได้เปิดเผยใบหน้า
แต่การที่ชายหญิงมาพบปะกันเป็นการส่วนตัว หากถูกผู้ใดล่วงรู้เข้าคงเป็นเรื่องน่าอับอาย ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวเช่นไรก็ล้วนเป็นเช่นนี้
ทว่าวันเทศกาลโคมไฟนั้นแตกต่างออกไป ตัวโคมไฟนั้นมีความหมายแฝงถึงการส่งสารรักคิดถึง หญิงชายที่มีใจต่อกันจำนวนมากฉวยโอกาสที่งานรื่นเริงคึกคัก มาพบกันเป็นการส่วนตัว เรื่องเช่นนี้เปิดเผยก็จริง แต่ก็เป็นความลับเฉพาะ
ที่ว่าเปิดเผยเพราะผู้คนต่างยอมรับพฤติกรรมนี้โดยปริยาย ที่ว่าเป็นความลับเฉพาะเพราะไม่อาจให้ผู้ใดพบเห็น การพบปะยังต้องหลีกเร้น เมื่อใดถูกเปิดโปงขึ้นมา นั่นจะเป็นเรื่องเล็กก็ได้ เรื่องใหญ่ก็ได้
ไต้อิงเพียงเอียงศีรษะก็เห็นเซี่ยหรง เขาก็เห็นนางเช่นกัน จากนั้นเรือสองลำก็สวนพ้นจากกันไปอย่างรวดเร็ว
ไต้อิงค่อนข้างไม่เข้าใจ ไม่ว่าเซี่ยหรงจะมีจุดประสงค์ใด เมื่อเลือกลู่หว่านเอ๋อร์แล้ว เหตุใดยามถูกนางเห็นเข้า ในแววตากลับวาบผ่านความรู้สึกผิดอย่างลนลาน ราวกับต้องการอธิบาย แต่อ้าปากแล้วกลับไม่รู้จะพูดสิ่งใด
เรื่องนี้ทำให้นางอดคิดถึงชาติที่แล้วไม่ได้ หลังจากรับนางเป็นอนุภรรยา เขาก็พักอยู่ในเรือนของนาง
เขาจะโอบกอดนาง กุมมือนาง คลึงเคล้าปลายนิ้วของนาง แล้วนำมือของนางวางลงบนอก ให้สัมผัสถึงความหวั่นไหวอันอบอุ่นที่ตำแหน่งนั้น
ทั้งยังอ่อนโยนอย่างที่สุดขณะร่วมเรียงเคียงหมอนกับนาง
นางไม่เคยสงสัยว่าเซี่ยหรงมีใจจริงหรือไม่ มีจริง เคยมีใจจริง นั่นคือความผูกพันที่อยู่ด้วยกันมาแต่เล็ก
สิ่งที่คิดไม่ตกคือ... สิ่งที่คิดไม่ตกคือ...
เหตุใดสิบปี ตลอดสิบปี หลังจากนางสูญเสียลูกของพวกเขาไป เขากลับไม่ชายตามองนางอีกเลย ไม่ก้าวเข้าสู่ลานเรือนของนางแม้แต่ก้าวเดียว ใจดำถึงเพียงนั้น
หากเอือมระอาแล้ว เหตุใดยามนางร้องขอให้ปล่อยไป เขากลับไม่ยอมปล่อยมือ
สุดท้าย ร่างกายของนางค่อย ๆ ไร้ไออุ่น เขากอดนางไว้ ราวกับแตกระส่ำ
“อิงเหนียง อิงเหนียง...”