รุ่งเช้าวันถัดมา แสงอรุณเพิ่งสาดลอดรูโหว่บนกระดาษหน้าต่างเข้ามาในห้อง จ้าวหลงก็ลืมตาตื่น
เขาขยับแขนขาบนเตียงเล็กน้อย รับรู้ถึงสภาพของร่างกายแต่ละส่วน
เป็นความปวดเมื่อยอย่างที่คาดไว้ ทว่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนที่เพียงขยับตัวก็ต้องแยกเขี้ยวด้วยความเจ็บปวด นับว่าดีขึ้นมากแล้ว
ความสามารถในการฟื้นตัวของร่างกายดูเหมือนจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น จากการหล่อเลี้ยงของกระแสความร้อนที่เกิดขึ้นทุกครั้งหลังฝึกจนถึงขีดจำกัดและเลื่อนระดับ
จ้าวหลงพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง ขยับไหล่กับต้นคอเล็กน้อย กระดูกส่งเสียงลั่นเบา ๆ
“เริ่มงาน”
เขาพึมพำ ก่อนเริ่มฝึกยามเช้าที่ทำเป็นประจำทุกวันอย่างไม่เคยขาด
เริ่มจากวิดพื้น
ต่อด้วยซิตอัป
จากนั้นก็สควอท
สุดท้ายคือการฟันฟาด
เมื่อฝึกครบชุด เหงื่อก็ชุ่มโชกไปทั้งตัว กล้ามเนื้อปวดระบม ทว่าจิตใจกลับปลอดโปร่งเป็นพิเศษ
จ้าวหลงตักน้ำขึ้นมาครึ่งถัง ล้างเนื้อล้างตัวอย่างง่าย ๆ แล้วเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าเก่าที่สะอาดตัวนั้น จากนั้นจึงเริ่มก่อไฟทำอาหาร
เขาหั่นเนื้อหมาป่าที่เหลือจากเมื่อคืนสองสามชิ้น ใส่หม้อเคี่ยวกับข้าวฟ่างจนเป็นโจ๊กข้นหนึ่งหม้อ
โจ๊กที่ร้อนระอุไหลลงท้อง นำความอบอุ่นและความอิ่มเอมมาให้ เขาดื่มติดกันสองชาม แล้วห่อเนื้อหมาป่าที่เหลือด้วยกระดาษน้ำมัน ยัดไว้ในอกเสื้อ
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็เดินออกจากลานบ้าน ล็อกประตูไม้ผุพังที่แทบไม่ต่างจากเปิดทิ้งไว้ แล้วมุ่งหน้าไปยังบ้านของเหอเถี่ยจู้
ยามเช้าในหมู่บ้านเริ่มมีเสียงผู้คน ควันไฟจากหลังคาบ้านแต่ละหลังลอยขึ้นและกระจายไปในแสงอรุณ
ชายชราหลายคนที่ตื่นแต่เช้านั่งยอง ๆ อยู่บนธรณีประตูบ้าน มือถือชามโจ๊ก พอเห็นจ้าวหลงเดินผ่านก็จับจ้องเขาด้วยความสงสัยใคร่รู้
เรื่องเมื่อคืนที่จ้าวหลงสังหารหมาป่าสองตัวด้วยธนูเพียงลำพังและช่วยเหอเถี่ยจู้ไว้ ได้แพร่ไปทั่วหมู่บ้านหลังผ่านไปหนึ่งคืน
จ้าวหลงไม่สนใจสายตาเหล่านั้น ยังคงก้าวเดินต่อไปจนถึงหน้าบ้านของเหอเถี่ยจู้ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน
บ้านหลังนั้นเป็นเรือนดินเก่าผุพังไม่ต่างจากบ้านของจ้าวหลง ลานบ้านล้อมด้วยรั้วสานจากกิ่งไม้ มีแม่ไก่หลายตัวคุ้ยเขี่ยหาอาหารอยู่ด้านใน
