จ้าวหลงพาเสี่ยวเตี๋ยเบียดอยู่ท่ามกลางฝูงชน มองอู่ซงลากซีเหมินชิ่งเข้าไปในประตูที่ว่าการอำเภอ แล้วมองอู่ต้าเหนียงคุมตัวพานจินเหลียนตามเข้าไปด้วย ชาวบ้านที่มุงดูต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไม่หยุด ไม่มีทีท่าว่าจะแยกย้ายไปง่าย ๆ
เสี่ยวเตี๋ยกำแขนจ้าวหลงแน่น ใบหน้าซีดเผือดอยู่บ้าง
แม้นางจะเกิดในครอบครัวยากจน ทั้งยังถูกขายเข้าโรงคณิกา แต่ถึงอย่างไรก็เป็นเพียงเด็กสาววัยสิบหกปี จะเคยพบเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ที่ไหนกัน
ชายเปลือยกายถูกตีจนขาหักแล้วลากไปตามถนน หญิงที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยถูกมัดมือไพล่หลังและคุมตัวไปขึ้นศาล ผู้คนนับพันรายล้อมตะโกนด่าทอ...
ร่างของนางสั่นเทาน้อย ๆ นิ้วมือเกร็งจนข้อนิ้วซีดขาว
จ้าวหลงสัมผัสได้ถึงความหวาดหวั่นของนาง จึงก้มหน้าลงเอ่ยเสียงเบา
“อย่ากลัว ไม่มีอะไรหรอก”
เสี่ยวเตี๋ยเงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนก้มหน้าลงอีกครั้ง เสียงของนางแผ่วเบาและสั่นเครือ
“นายท่าน...ขาของคนผู้นั้น...”
“เขาทำตัวเองทั้งนั้น”
น้ำเสียงของจ้าวหลงสงบนิ่งและหนักแน่น
“เขาไปเกี้ยวพาภรรยาของผู้อื่น ทำลายครอบครัวคนอื่น ถูกตีจนขาหักก็สมควรแล้ว”
เสี่ยวเตี๋ยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามเสียงแผ่วอีกครั้ง
“แล้วผู้หญิงคนนั้น...จะถูกลงโทษอย่างไรหรือเจ้าคะ?”
“ตามกฎหมายต้าซ่ง ผู้ลักลอบเป็นชู้ ทั้งชายและหญิงต้องถูกลงโทษด้วยการใช้แรงงานสองปี และถูกโบยหลังหรือโบยก้นตามจำนวนที่กำหนด”
จ้าวหลงกล่าว
“คำตัดสินที่แน่ชัดขึ้นอยู่กับดุลพินิจของใต้เท้านายอำเภอ”
เสี่ยวเตี๋ยไม่ถามต่อ แต่มือที่กำแขนจ้าวหลงก็ยังไม่คลายออก
จ้าวหลงพานางฝ่าฝูงชน เดินไปยังประตูที่ว่าการอำเภอ
เขาไม่ได้มุ่งไปศาลทันที หากไปยังโถงด้านหลังก่อน เพื่อพบเว่ยเหลียน นายอำเภอ
เว่ยเหลียนกำลังนั่งดื่มชาอยู่ในโถงด้านหลัง เมื่อเห็นจ้าวหลงเข้ามา เขาก็วางถ้วยชาลง ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ
“ตูโถวจ้าวกลับมาแล้วหรือ? งานที่ไปทำยังตงจิงเป็นอย่างไรบ้าง?”
จ้าวหลงประสานมือคำนับแล้วกล่าว
“เรียนใต้เท้า สิ่งของส่งถึงที่หมายอย่างปลอดภัยแล้ว จดหมายก็ส่งมอบให้ท่านผู้นั้นด้วยตนเองแล้วขอรับ”
เว่ยเหลียนเผยสีหน้าพึงพอใจ พลางพยักหน้า
“ดี ดี ลำบากเจ้าแล้ว ตูโถวจ้าว”
“เป็นหน้าที่ของข้าน้อยขอรับ”
