รุ่งเช้าวันถัดมา ท้องฟ้าเพิ่งเริ่มสาง จ้าวหลงก็ตื่นแล้ว
เขาไม่มีนิสัยนอนอ้อยอิ่ง พอตื่นก็พลิกตัวลุกขึ้นนั่งบนขอบเตียง นั่งสงบนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ปล่อยให้ร่างกายตื่นเต็มที่จากห้วงนิทรา
นอกหน้าต่าง ท้องฟ้ายังคงสลัว ถนนหนทางมีเสียงพ่อค้าเร่ที่ตื่นแต่เช้าหาบของร้องขายแว่วมาเป็นระยะ
เขาลุกขึ้น เดินไปข้างหน้าต่างแล้วผลักบานหน้าต่างออก
อากาศยามเช้าเย็นสบายพัดเข้าปะทะใบหน้า ปะปนกับควันไฟและกลิ่นหอมของแป้งจากร้านอาหารเช้าริมถนน ไกลออกไป หลังคาที่ว่าการอำเภอปรากฏเลือนรางกลางหมอกยามเช้า นกกระจอกหลายตัวส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่ใต้ชายคา
วันใหม่เริ่มขึ้นแล้ว
และยังเป็นวันแรกที่เขาเข้ารับตำแหน่งตูโถวทหารราบแห่งอำเภอหยางกู่อย่างเป็นทางการ
จ้าวหลงสูดลมหายใจลึก พลันหันกลับไปข้างเตียงแล้วหยิบชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มที่พับไว้อย่างเรียบร้อยขึ้นมา
เขาสวมใส่อย่างพิถีพิถัน
เริ่มจากเสื้อตัวใน ตามด้วยเสื้อคลุมชั้นนอก ผูกสายคาดเอว จัดปกเสื้อและปลายแขนให้เข้าที่
เนื้อผ้าของชุดขุนนางแม้จะไม่ใช่ของดีนัก แต่ตัดเย็บพอดีตัว เมื่อสวมแล้วดูสง่างามคล่องแคล่ว
สุดท้ายคือดาบประจำตำแหน่ง
เขาหยิบดาบขึ้นมา ใช้นิ้วหัวแม่มือดันด้ามเบาๆ ใบดาบชักออกจากฝักหนึ่งชุ่น เผยประกายเย็นเยียบ
เขาสอดดาบกลับเข้าฝัก แล้วแขวนไว้กับตะข้างเอว
จากนั้นยืนหน้ากระจกทองแดงในห้อง พินิจดูตนเอง
เด็กหนุ่มในกระจกยืนตัวตรงสง่า ไหล่กว้าง แผ่นหลังผึ่งผาย
ชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มขับผิวให้ขาวผ่องขึ้นหลายส่วน ดาบที่เอวเพิ่มกลิ่นอายองอาจให้เขา
“ไม่เลว”
เขาพึมพำ ก่อนหันหลังออกจากห้อง
เขาไม่ได้มุ่งหน้าไปที่ว่าการอำเภอทันที แต่แวะไปที่ร้านของจางคนชำแหละสัตว์ก่อน
ยามเช้าตรู่ ผู้คนบนถนนยังมีไม่มาก ร้านค้าส่วนใหญ่ยังไม่เปิด
ทว่าร้านของจางคนชำแหละสัตว์กลับจุดตะเกียงน้ำมันแล้ว มองแต่ไกลก็เห็นแสงสีเหลืองสลัวส่องออกมาจากลานบ้าน
จ้าวหลงผลักประตูเดินเข้าไป จางคนชำแหละสัตว์กำลังง่วนอยู่ในลาน พอได้ยินเสียงฝีเท้าก็เงยหน้าขึ้น ครั้นเห็นว่าเป็นเขา จึงรีบวางงานในมือลงแล้วเดินมาต้อนรับ
“ตูโถวจ้าว! ท่านมาแล้ว! หนังเสือฟอกเสร็จเรียบร้อยแล้ว!”
