จ้าวหลงแบกกวาง เดินต่อไปตามถนนสายหลัก
เสียงถกเถียงเรื่องราคาจากผู้คนด้านหลังค่อย ๆ เลือนห่าง ทว่ายังมีพ่อค้าสองสามคนที่ไม่ยอมแพ้เดินตามเขามา พลางพร่ำเสนอราคาเพิ่มไม่หยุด
“สิบสี่ตำลึง!”
“สิบห้าตำลึง! น้องชาย สิบห้าตำลึงไม่น้อยแล้ว!”
“สิบหกตำลึง! ข้าให้สิบหกตำลึง!”
จ้าวหลงไม่หันกลับไปมอง ฝีเท้ายังคงไม่หยุด
กวางตัวหนึ่งราคาสิบหกตำลึง ฟังดูไม่น้อยจริง ๆ
แต่ยามนี้เขาไม่ได้ขาดเงินส่วนต่างเพียงไม่กี่ตำลึง สิ่งที่ขาดคือผู้ซื้อที่มีกำลังจ่ายและสามารถซื้อกวางทั้งตัวไปได้ในคราวเดียว
ขณะกำลังเดิน ผู้คนบนถนนเบื้องหน้าพลันแตกตื่น พากันหลีกทางไปสองข้าง
จ้าวหลงเงยหน้ามอง เห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากร้านขายยาแห่งหนึ่งตรงปากถนนไม่ไกลนัก
ชายวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม อายุราวสามสิบต้น ๆ สวมเสื้อคลุมแพรสีครามสด คาดสายคาดเอวประดับหยก สวมรองเท้าหนังสีดำและโพกผ้าสี่เหลี่ยม ใบหน้าหล่อเหลาราวหยก ริมฝีปากแดงดุจชาด ดวงตาดอกท้อเรียวยกขึ้นเล็กน้อย เปี่ยมเสน่ห์เจ้าสำราญและรอยยิ้มอันสง่างาม
ด้านหลังเขามีบ่าวหนุ่มชุดเขียวสามสี่คน แต่ละคนก้มหน้าก้มตา เดินตามอย่างนอบน้อม
ชายวัยกลางคนก้าวออกจากร้าน กำลังจะขึ้นเกี้ยว สายตากวาดผ่านถนนอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนจะไปหยุดอยู่บนกวางตัวผู้ที่แบกอยู่บนบ่าจ้าวหลงพอดี
ฝีเท้าของเขาชะงักกึก
ดวงตาดอกท้อคู่นั้นพลันสว่างวาบ ราวกับได้พบสมบัติล้ำค่าหายาก
เขากวาดตามองกวางตัวนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า ขนเป็นมันเงา รูปร่างใหญ่โต แม้เขากวางจะถูกตัดไปแล้ว แต่สภาพร่างกายและรูปลักษณ์ยังคงสมบูรณ์ยิ่งนัก
แววสนใจอย่างเห็นได้ชัดวาบผ่านดวงตา ก่อนเขาจะก้าวตรงมาหาจ้าวหลง
“น้องชายท่านนี้ โปรดรอสักครู่”
น้ำเสียงของเขานุ่มนวลไพเราะ แฝงความเหนือกว่าผู้อื่นและความสุขุมอย่างเป็นธรรมชาติ
จ้าวหลงหยุดฝีเท้า มองชายวัยกลางคนตรงหน้า ผู้แต่งกายหรูหราและมีรูปลักษณ์หล่อเหลา ในใจก็เดาฐานะของอีกฝ่ายได้แล้ว
เป็นดังที่คิด ชายวัยกลางคนเดินมาหยุดตรงหน้าจ้าวหลง ก่อนจะเดินวนรอบกวางหนึ่งรอบ ยื่นมือไปลูบขนบนหลัง แล้วบีบกล้ามเนื้อขากวาง ตรวจดูจนพอใจจึงพยักหน้า จากนั้นยืดตัวขึ้น ประสานมือคำนับจ้าวหลงพร้อมเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า
