ช่วงเวลาต่อมา ชีวิตของจ้าวหลงเต็มไปด้วยกิจวัตรอันเข้มข้น
ทุกเช้าตรู่ เขาจะไปลงชื่อเข้าประจำการที่ว่าการอำเภอ หลังจัดแจงงานตรวจตราถนนหนทางประจำวันเรียบร้อยแล้ว ก็จะลากอู่ซงไปประลองฝีมือกันที่สนามฝึก
แรกเริ่มทั้งคู่เพียงประลองกันพอเป็นพิธี ทว่าเมื่อคุ้นเคยกับกระบวนท่าของอีกฝ่ายมากขึ้น ความเข้มข้นในการประลองก็ทวีขึ้นตามลำดับ
จากช่วงแรกที่ประลองกันสามสิบถึงห้าสิบกระบวนท่า กลายเป็นนับร้อยกระบวนท่า ทั้งสองมักสู้กันจนเหงื่อชุ่มเสื้อผ้า หอบหายใจหนักหน่วงจึงยอมหยุดมือ
พื้นอิฐเขียวในสนามฝึกถูกฝีเท้าของทั้งคู่ขัดจนเรียบลื่นเป็นเงา
เหล่าทหารราบที่ยืนมุงดู จากตอนแรกที่สนอกสนใจ ค่อย ๆ กลายเป็นด้านชา กระทั่งท้ายที่สุดก็ชินเสียแล้ว
“มาอีกแล้ว มาอีกแล้ว ตูโถวจ้าวกับหัวหน้าชุดอู่ซงประมือกันอีกแล้ว”
“วันนี้จะพนันกันกี่กระบวนท่า? ข้าพนันว่าภายในหนึ่งร้อยกระบวนท่ายังตัดสินแพ้ชนะไม่ได้”
“ข้าพนันว่าตูโถวจ้าวชนะ กระบวนท่า ‘พยัคฆ์ดุลงจากเขา’ ที่เขาใช้เมื่อวานช่างงดงามยิ่งนัก...”
“ข้าพนันหัวหน้าชุดอู่ซง หมัดอรหันต์ของเขายิ่งสู้ยิ่งดุดัน ข้าว่าตูโถวจ้าวคงเสียเปรียบเข้าสักวัน”
แต่ไม่ว่าพวกเขาจะพนันกันอย่างไร ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมทุกครั้ง
ทั้งคู่สู้กันจนหมดเรี่ยวแรง จากนั้นก็พยุงกันไปตักน้ำข้างบ่อเพื่อล้างหน้า แล้วจึงไปกินอาหารเช้าที่แผงขายของตรงหัวมุมถนนด้วยกัน พูดคุยหัวเราะร่า ราวกับคนที่เมื่อครู่สู้กันจนหน้าแดงคอขึ้นเอ็นไม่ใช่พวกตน
จ้าวหลงพบว่าการประลองกับอู่ซงให้ผลดีกว่าฝึกฝนคนเดียวเงียบ ๆ มากนัก
หมัดของอู่ซงดุดันทรงพลัง ทุกหมัดแฝงแรงหนักหน่วง เมื่อกระแทกร่างเขา เลือดลมปั่นป่วน ขณะเดียวกันความชำนาญของเสื้อเหล็กก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อก่อนเขาต้องชนเสาไม้หลายร้อยครั้งจึงจะเพิ่มความชำนาญได้ไม่กี่แต้ม แต่เพียงประมือกับอู่ซงสักครา รับหมัดไปหลายสิบหมัด ความชำนาญก็เพิ่มขึ้นหลายสิบแต้มแล้ว
ความก้าวหน้าของหมัดสยบพยัคฆ์ยิ่งน่าทึ่งกว่า
ระหว่างต่อสู้กับอู่ซง ความเข้าใจที่เขามีต่อวิชาหมัดนี้ก็ลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ
