จิ่นเฉาเฉาเคาะศีรษะเธอเบา ๆ “ไปห้องพี่สิ พี่จะชงชาให้ดื่ม”
ฟู่เซี่ยวอันเหลือบมองน้ำแร่เย็นชืด ก่อนจะเดินตามจิ่นเฉาเฉาขึ้นไปชั้นบนโดยไม่อาลัยอาวรณ์
ห้องของจิ่นเฉาเฉา
กาน้ำชาบนโต๊ะเล็กมีไอร้อนลอยกรุ่น เสียงน้ำเดือดปุด ๆ ราวกับท่วงทำนองเร่าร้อน
จิ่นเฉาเฉาหยิบชาสงบใจที่ปรุงขึ้นเองออกมา ใส่ลงในกาน้ำ ต้มเคี่ยวสิบนาทีแล้วจึงปิดไฟ
“ชานี้ช่วยบำรุงตับ ผ่อนคลายอารมณ์ คลายร้อนและทำให้จิตใจปลอดโปร่ง ดื่มเยอะหน่อยก็ได้นะ ดูเธออารมณ์คึกคักแบบนี้ ช่วงนี้นอนวันละแค่ไม่กี่ชั่วโมงใช่ไหม?” จิ่นเฉาเฉาหยิบถ้วยชามารินให้ฟู่เซี่ยวอัน
ฟู่เซี่ยวอันซาบซึ้งจนแทบร้องไห้ “พี่สะใภ้ พี่ใจดีกับฉันจริง ๆ สังเกตได้ละเอียดขนาดนี้ด้วย ตอนฉันอายุสิบสอง พ่อแม่ก็เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ คุณปู่กับพี่ชายเป็นผู้ชายทั้งคู่ แถมยังสนใจแต่เรื่องใหญ่ ๆ เรื่องอารมณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ของฉัน พวกเขาไม่เคยสังเกตเห็นเลย”
แต่จิ่นเฉาเฉาแค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเธอกำลังมีความรัก
ทั้งยังสังเกตออกด้วยว่าเธอพักผ่อนไม่เพียงพอ
จิ่นเฉาเฉายื่นถ้วยชาให้ฟู่เซี่ยวอัน พลางมองเธอแล้วยิ้ม “เอาละ แค่ชาถ้วยเดียวเอง รีบดื่มแล้วไปนอนเถอะ รับรองว่าคืนนี้จะหลับยาวจนถึงเช้า ตื่นมาก็สดชื่นเต็มที่”
ฟู่เซี่ยวอันรู้สึกอบอุ่นในอก เธอประคองถ้วยชาแล้วจิบไปคำหนึ่ง
วินาทีถัดมา เธอเบ้ปากแทบร้องไห้ “พี่สะใภ้ ใส่อะไรลงไปในชานี่ ทำไมถึงขมขื่นขนาดนี้?”
รสชาติไม่ได้ขม แต่กลับกลืนยากยิ่งกว่าความขมเสียอีก
