หญิงสาวยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกน้อยใจ แต่จิ่นเฉาเฉาไม่สนใจเรื่องเหล่านั้น
เป็นผี ก็ต้องทำตามกฎของผี
ต่อให้นางมีเรื่องคับข้องใจมากแค่ไหน ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะไปทำร้ายผู้อื่น
เสียงสะอื้นน่าสงสารของหญิงสาวดังมาจากในสุสาน จิ่นเฉาเฉาฟังจนปวดหัว ถึงได้ตัดสินใจเอ่ยปาก “ฉันจะให้โอกาสเธอครั้งหนึ่ง ไปกับฉันเถอะ วันหลังฉันจะหาพระผู้ทรงศีลมาทำพิธีส่งเธอไปสู่สุคติ”
พอดีเธอกำลังจะไปวัดจิ้งถานเพื่อพบหวูซิน ให้เขาหาวิธีชำระพลังมารของซือหมิงเย่
ดูจากระดับการบำเพ็ญของผีสาวแล้ว ก็ไม่ได้ลึกล้ำอะไรนัก ไม่อย่างนั้นจี๋เจิ้งอวี่คงตายไปนานแล้ว
ผีสาวลังเลอยู่นาน ไม่กล้าส่งเสียงออกมา
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนแปลกหน้า นางควรระแวดระวังตัวไว้
แต่ในสภาพของนางตอนนี้ หากไม่ไปเกิดใหม่เสียที วิญญาณอาจแตกสลายไปก็ได้
ชานเมืองแถบนี้ยิ่งลึกเข้าไปก็ยิ่งเปลี่ยวร้าง แทบจะไม่มีผู้คนผ่านไปมาแล้ว
“ฉันจะไปกับเธอ!”
จะเป็นหรือตาย ก็ทำได้แค่ลองเสี่ยงดูสักครั้ง
ถึงอย่างไรนักพรตก็มีทั้งดีและเลว การช่วยส่งนางไปสู่สุคติต้องใช้บุญกุศล ยังไม่ต้องพูดถึงว่าในโลกนี้มีคนที่ทำได้ไม่กี่คน
ต่อให้มีคนทำได้จริง จะมีสักกี่คนที่ยินดีใช้บุญกุศลช่วยส่งนางไปสู่สุคติ?
จิ่นเฉาเฉาหยิบกระดาษยันต์ออกมา ร่ายคาถาดึงผีสาวเข้าไปในกระดาษยันต์
จากนั้นเธอจึงลงจากเขา
บริเวณตีนเขาใกล้ทะเลสาบ ผู้อาวุโสจี๋รออยู่นานแล้ว
แสงจันทร์ยามค่ำคืนสาดลงในหุบเขา สะท้อนผิวน้ำเป็นระยิบระยับ เมื่อเห็นจิ่นเฉาเฉากลับมา ผู้อาวุโสจี๋ก็รีบก้าวเข้าไปถาม “เป็นอย่างไรบ้าง?”
