เรื่องนี้ประหลาดพิกลอย่างยิ่ง พวกเขารายงานผู้บังคับบัญชาและเชิญคนมาดูแล้ว
แต่เบื้องบนส่งผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ลี้ลับฝีมือฉกาจมาถึงสี่ห้าคน ทว่าท้ายที่สุดก็ยังจัดการเรื่องนี้ไม่ได้
ตอนนี้สถานที่แห่งนั้นถูกปิดล้อม ทุกคนกำลังวุ่นวายตามหาผู้มีความสามารถจากทุกสารทิศ เพื่อมาหารือหาวิธีแก้ปัญหา
แล้วเขาก็นึกถึงจิ่นเฉาเฉา
คราวก่อนที่พิพิธภัณฑ์ แม้แต่ฉู่เหวินเหิง ปรมาจารย์ศาสตร์ลี้ลับผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังรับมือไม่ไหว สุดท้ายยังต้องตายอย่างอนาถ
แต่เธอกลับสะกดกระบี่สั้นสำริดและเก็บมันไปได้อย่างง่ายดาย
เขาคิดว่าจิ่นเฉาเฉาอาจจัดการเรื่องนี้ได้
ดังนั้นเขาจึงขับรถมารอถึงที่นี่กลางดึก หวังเพียงว่าจะเชิญเธอไปได้
หลังจิ่นเฉาเฉาฟังจูจื้อเฉาเล่าต้นสายปลายเหตุจนจบ จึงเอ่ยขึ้นว่า “ในเมื่อเรื่องของคุณเร่งด่วนกว่า งั้นฉันจะไปกับคุณสักเที่ยว คุณรอฉันตรงนี้ก่อนนะ ฉันกลับไปหยิบของสักหน่อย”
จูจื้อเฉาพยักหน้ารัว ๆ อย่างดีใจ “ถ้าอย่างนั้นคงต้องรบกวนคุณหนูจิ่นแล้วครับ”
จิ่นเฉาเฉากลับเข้าห้อง วาดยันต์ขึ้นมา 20 แผ่น ก่อนกำชับซือหมิงเย่ “วันนี้อยู่บ้านอ่านหนังสือนะ พี่จะออกไปข้างนอกสักเที่ยว คงกลับมาดึกหน่อย”
ซือหมิงเย่พยักหน้าอย่างว่าง่าย “พี่สาว ระวังตัวด้วยนะครับ”
ในวัยที่เขาเพิ่งเริ่มรู้ความ แต่ยังไร้เดียงสา เขาสัมผัสได้ถึงความรักและความเอาใจใส่
ที่จริงเขาไม่เคยคาดหวังอะไรเลย แต่แค่คนอื่นพูดกับเขาด้วยถ้อยคำอบอุ่นสักประโยค หรือมอบของอร่อยให้สักอย่าง ก็ทำให้เขาพอใจมากแล้ว
