จิ่นเฉาเฉาลูบศีรษะเขาพลางยิ้มบาง ๆ “ฉันกลับมาแล้วไม่ใช่เหรอ หมิงเย่เชื่อฟังอยู่บ้าน ตั้งใจเรียนหรือเปล่า?”
ซือหมิงเย่พยักหน้า ก่อนจะรีบยิ้มอย่างดีใจแล้วยื่นตัวอักษรที่เขาเขียนให้จิ่นเฉาเฉาดู
จิ่นเฉาเฉาพบว่าเพียงวันเดียว ฝีมือจับพู่กันเขียนตัวอักษรของเขาก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เส้นขีดเขียนได้ตรงเป็นระเบียบแล้ว
เมื่อได้รับคำชม ซือหมิงเย่ก็ยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
ฟู่ถิงยวนที่นั่งอยู่บนโซฟาทำท่าจะพูดแต่ก็ไม่พูด สายตาที่จับจ้องซือหมิงเย่ยิ่งมืดครึ้มลง
เด็กคนนี้ อายุหกขวบแล้วแท้ ๆ ยังกล้ากอดเอวผู้หญิง
สักวันเขาจะโยนเด็กนี่ออกจากบ้านให้ได้
จิ่นเฉาเฉาจูงมือซือหมิงเย่แล้วบอกฟู่ถิงยวนว่า “ฉันกลับห้องก่อนนะ เมื่อคืนยุ่งทั้งคืน เหนื่อยแทบแย่แล้ว”
คำพูดที่ฟู่ถิงยวนเกือบจะเอ่ยออกมา พลันติดอยู่ที่ริมฝีปาก
เขากัดฟัน ความอึดอัดขุ่นมัววนอยู่ในอก ก่อนจะย้อนกลับไปอัดแน่นในท้อง
ความอัดอั้นนี้ทำให้เขาอยากระเบิดอารมณ์ขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
อารมณ์ที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความเป็นห่วง กลับกลายเป็นระเบิดที่พร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ
จิ่นเฉาเฉากลับถึงห้องแล้วจุดธูปให้คุณย่า
หลังจากฟังเธอเล่าเรื่องเมื่อคืน สีหน้าของคุณย่าก็เคร่งขรึมขึ้น “รอยแยกมิติไม่ได้ปรากฏขึ้นแค่แห่งเดียวทุกครั้ง หนูพักฟื้นให้ดี ต่อไปมันต้องกลับมาหาหนูอีกแน่”
เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นทุก 30 ปี
และจะมีรอยแยกกาลเวลาอย่างน้อย 10 แห่ง
แน่นอนว่ามันไม่ได้ปรากฏขึ้นพร้อมกันมากมาย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็จะเกิดเหตุการณ์คล้ายกันขึ้นอีก
