ฟู่ถิงยวนเองก็คาดไม่ถึงว่าจิ่นเฉาเฉาจะพุ่งเข้ามาทั้งตัว
แรงปะทะทำให้เขาหงายหลังลงบนเตียง ริมฝีปากของทั้งคู่จึงชนกันเข้าอย่างจัง
สัมผัสเย็นเยียบเจือกลิ่นหอมอ่อน ๆ แผ่ซ่านบนริมฝีปาก ความรู้สึกคล้ายถูกกระแสไฟฟ้าช็อตแล่นปร่าจากหัวใจไปทั่วร่าง...
จิ่นเฉาเฉาชะงักงันไปทั้งตัว พอได้สติก็รีบลุกขึ้น แล้วถอยหลังไปหลายก้าว
ฟู่ถิงยวนขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเกร็ง ๆ ปลายจมูกยังคงอบอวลด้วยกลิ่นหอมประหลาด กลิ่นนั้นชวนให้นึกถึงฤดูใบไม้ผลิที่ฟื้นคืน ผืนดินเต็มไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่ง หอมสดชื่นและจางหายเป็นระยะ ทว่าไม่เคยจางไปจากรอบกายเขา
จิ่นเฉาเฉาหัวเราะแห้ง ๆ อย่างกระอักกระอ่วน “ฉันยังมีธุระ ขอตัวก่อนนะ”
ฟู่ถิงยวนมองแผ่นหลังของเธอที่หนีเตลิดไป ปลายนิ้วราวกับยังหลงเหลือสัมผัสนุ่มนวลของหญิงสาว
เมื่อครู่เขาเหมือนจะโอบเอวเธอไว้ ทั้งนุ่มทั้งบาง...
หัวใจคล้ายถูกขนนกเส้นหนึ่งไล้ผ่าน ความรู้สึกซาบซ่านวาบหวามแผ่กระจายไปทั่วร่าง ทำให้สมองของเขามึนงงไปชั่วขณะ ก่อนความรู้สึกแปลกใหม่ที่ทั้งยินดีทั้งลอบกระหยิ่มจะก่อตัวขึ้นในใจ
*
จิ่นเฉาเฉารีบกลับห้องไปนอนบนเตียง
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ แก้มของเธอก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
สีหน้าของฟู่ถิงยวนเมื่อครู่หมายความว่ายังไง เขารังเกียจเธอหรือเปล่า?
ถ้าอย่างนั้น แล้วเขาดึงเธอไว้ทำไม?
มีอะไรที่ยังพูดไม่จบ หรือจงใจหยอกล้อเธอกันแน่?
พอนึกถึงคำพูดที่เขาเคยพูดไว้ตอนจดทะเบียนสมรส
เธอก็รีบส่ายหน้าแรง ๆ ไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองคิดฟุ้งซ่าน
