ชายหนุ่มปลอบภรรยาที่กำลังเสียใจจนแทบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ก่อนจะเงียบไปเนิ่นนาน
เขาเงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ยกับจิ่นเฉาเฉา “อาจารย์ ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยเถอะครับ ชีวิตของพวกเรายังพอมีทางแก้ไหมครับ?”
จิ่นเฉาเฉาพยักหน้า “มีวิธีแก้ค่ะ อยู่ที่ว่าพวกคุณยินดีหรือเปล่า”
สามีภรรยามองหน้ากันอย่างตื่นเต้น ในใจพลันมีความหวัง ทั้งคู่พยักหน้ารัว ๆ
จิ่นเฉาเฉาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปมองหญิงสาว “พวกคุณลองรับเด็กมาเลี้ยงสักคนก็ได้ค่ะ เด็กบางคนมีพี่น้องตามดวงชะตา บางทีอาจมีเรื่องน่ายินดีเกินคาดก็ได้ แต่ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นอย่างนั้น พวกคุณต้องคิดให้ดีก่อนนะคะ”
หญิงสาวหันไปมองสามี ดวงตาพร่าพรายไปด้วยหยาดน้ำตา แต่แฝงความคาดหวังเต็มเปี่ยม “ถ้าอย่างนั้นฉันจะฟังคุณ เราไปรับเด็กมาเลี้ยงกันเถอะ”
ชายหนุ่มโอบภรรยาไว้ ก่อนเงยหน้าขึ้นพูดกับจิ่นเฉาเฉา “ที่จริงก่อนหน้านี้พวกเราก็เคยคิดเรื่องนี้ครับ เพียงแต่ภรรยาผมดื้อรั้นมาก อยากมีลูกที่เป็นสายเลือดของเราสองคนมาตลอด”
จิ่นเฉาเฉาเอ่ยว่า “ฉันไปสถานสงเคราะห์กับพวกคุณได้ค่ะ จำไว้นะคะ ไม่ว่าในอนาคตพวกคุณจะมีลูกของตัวเองหรือไม่ ก็ต้องดีกับเด็กคนนั้น”
สามีภรรยาตอบอย่างจริงใจ “แน่นอนครับ พวกเราจะดีกับเขาแน่นอน”
จิ่นเฉาเฉาพูดต่อ “ถ้าอยากให้ตระกูลมั่นคงไปจนถึงบั้นปลายชีวิต พวกคุณต้องช่วยเหลือผู้อื่นและทำความดีให้มาก เมื่อสะสมบุญกุศลไว้มากพอ ก็จะช่วยให้พวกคุณผ่านเคราะห์ภัยไปได้อย่างปลอดภัยค่ะ”
ชายหนุ่มลูบหลังภรรยาอย่างอ่อนโยน “ได้ยินแล้วใช่ไหม เรายังมีโอกาสนะ”
