ฉีโจว จวนเจี๋ยตู้สื่อเฟิ่งเสียง
หลี่เม่าเจินมองรายงานด่วนที่เพิ่งส่งมาถึงในมือ สีหน้าพลันเปลี่ยนไปหลากหลาย
หลิวเฉวียน ปิงหม่าฟู่สื่อปีกขวาแห่งหลงโจว นำผู้ใต้บังคับบัญชากว่าสามร้อยคนสังหารขุนนางใต้บังคับบัญชาของเจ้าเมืองหลงโจวซึ่งเดินทางไปปลอบขวัญราษฎร ทั้งยังบีบบังคับสองอำเภอหนานโหยวและเชียนหยางให้สวามิภักดิ์ต่อเฟิ่งเสียง
ยามนี้กองกำลังของเขาเข้าไปในเชียนหยางแล้ว คนสนิทที่หลิวเฉวียนส่งมายังรออยู่ด้านนอกจวน ขอให้หลี่เม่าเจินส่งทหารไปช่วยเหลือโดยเร็ว
กล่าวไปแล้ว หลิวเฉวียนกับหลี่เม่าเจินมีไมตรีเก่าต่อกันอยู่บ้างจริง
คราวหวงเฉาบุกยึดฉางอัน กองทัพทางการทุกสายทั่วกวนจงพ่ายแพ้ย่อยยับ กองทัพเฟิ่งเสียงเองก็แตกกระเจิงไปไม่น้อย เดิมทีหลิวเฉวียนเป็นตูเจี้ยง (นายกองใหญ่)ใต้สังกัดเมืองเฟิ่งเสียง ต่อมาระหกระเหินหนีไปถึงเสียนหยาง ที่นั่นหลี่เย่ซึ่งเพิ่งตั้งหลักได้ไม่นานรวบรวมเขาไว้ จึงได้ติดตามไปหลงโหย่ว
ทว่าไมตรีเก่าในยุคกลียุคเช่นนี้ มีน้ำหนักเพียงใดก็ยากจะกล่าว
วันนี้เขาอาจอาศัยเพียงความคุ้นเคยจากการพบหน้ากันไม่กี่ครั้งในอดีต นำคนสามร้อยมาสวามิภักดิ์ต่อเจ้า วันหน้าก็อาจเพราะจดหมายฉบับเดียวจากผู้อื่น นำเมืองของเจ้าทั้งเมืองไปสวามิภักดิ์ต่อคนอื่นได้เช่นกัน
แต่ถึงอย่างนั้น ทหารผ่านศึกสามร้อยนายที่ผ่านศึกใหญ่มาหลายครั้ง กับอีกสองอำเภออย่างหนานโหยวและเชียนหยาง ไม่ว่าอย่างไรก็มิใช่ผลประโยชน์เล็กน้อย
โดยเฉพาะสองอำเภอนี้ตั้งอยู่ระหว่างหลงโจวกับฉีโจวพอดี หากยึดมาได้ แนวป้องกันของเมืองเฟิ่งเสียงก็จะขยายไปทางตะวันตกได้อีกหลายสิบลี้
หากกล่าวว่าหลี่เม่าเจินไม่หวั่นไหว ย่อมเป็นคำโกหก
แต่ผลประโยชน์ชิ้นนี้กลับมีเจ้าของเดิมอยู่แล้ว
หลี่เม่าเจินครุ่นคิดอยู่นานจึงเงยหน้าสั่งการ
“ไปตามหลิวจือจวิ้นกับเวินเทามา”
ไม่นานนัก ทั้งสองก็ทยอยมาถึง
