เดินทางจากเซี่ยโจวมุ่งตะวันตกเฉียงใต้ ตลอดเส้นทางชวนให้ตื่นตระหนกและหวาดหวั่นยิ่งนัก
ผ่านชิ่งโจว ปินหนิง ซู่โจว จนถึงฉีโจว (เฟิ่งเสียง)
ครั้นม่านม่วงต้องหม่นหมองด้วยธุลีคลุ้ง ธงขาวกลับมารายล้อมทั่วผืนดิน
ผู้ประคองคนชรา พาเด็กเล็ก ต่างร้องเรียกกันอลหม่าน ขึ้นหลังคา ปีนกำแพง สับสนจนไม่รู้ทิศทาง!
ชาวบ้านและครอบครัวที่หนีไปทางตะวันตกพากันอุดแน่นเต็มถนน เสียงร่ำไห้คร่ำครวญดังกึกก้องไปทั่วฟ้า
หลังโอรสสวรรค์เสด็จหนีลงใต้ กวนจงทั้งผืนก็ไร้หลักยึดทันที ที่จริงราชสำนักถังมิใช่ไร้กำลังต่อต้านเสียทีเดียว อย่างเช่นเขตปกครองปินหนิง ชิ่งโจว เมืองทหารจิงหยวน รวมถึงเมืองเฟิ่งเสียงซึ่งเจิ้งเถียนประจำอยู่ ล้วนเป็นหัวเมืองสำคัญที่แต่เดิมเชื่อฟังราชสำนัก เพียงแต่ช่วงแรกส่งกำลังมาช่วยไม่ทันเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีกำลังพลกองทัพเสินเช่อที่แตกกระเจิงไปทั่วกว่าหนึ่งแสนนาย รวมถึงทหารองครักษ์อื่น ๆ แม้ไม่ใช่ทหารที่ฝึกฝนมาอย่างเป็นกิจจะลักษณะ แต่อย่างไรก็เคยผ่านศึกมาแล้ว ขอเพียงรวบรวมกำลังและจัดเสบียงให้เพียงพอ การร่วมป้องกันเมืองย่อมไม่มีปัญหา
ทว่าการสูญเสียแกนนำผู้บัญชาการ ทำให้กองทัพถังในกวนจงที่เดิมสามารถร่วมมือกันได้ต่างแยกกันสู้ ไม่อาจบัญชาการเป็นหนึ่งเดียว
ภายหลังแม้มีเจิ้งเถียนเป็นตูถ่งประจำค่ายทัพ แต่อำนาจบารมีย่อมเทียบกับฮ่องเต้ไม่ได้
ทางใต้ของอำเภอเหลียงหยวน ในเมืองจิงโจว
ที่นี่มีแม่น้ำสายหนึ่งชื่อแม่น้ำต้าซี ไหลลงใต้ไปก็ถึงเมืองเฟิ่งเสียง
ด้วยเหตุนี้จึงสร้างป้อมทหารขึ้น เรียกว่าป้อมไป๋หลี่ ใช้เป็นที่ตั้งรับรักษาการณ์
เดิมทีป้อมไป๋หลี่ควรเป็นที่พักเสบียงระหว่างทางของเจิ้งสวิน หลี่เย่ และคนอื่น ๆ กว่าหนึ่งพันนาย ก่อนจะมุ่งลงใต้ต่อ
แต่เมื่อหลายวันก่อน ตอนหลี่เย่และพวกเพิ่งเดินทางถึงปินโจว เจี๋ยตู้สื่อจิงหยวน เฉิงจงฉู่ก็ยกกำลังลงใต้ไปเฟิ่งเสียงแล้ว จิงโจวจึงว่างเปล่า กองกำลังแยกของหลินเหยียน แม่ทัพหวงเฉา ฉวยโอกาสนี้เคลื่อนทัพเลียบแม่น้ำต้าซีเข้ามา จนยึดป้อมไป๋หลี่ได้!
