เมื่อค่ายทหารฉิวฉือได้รับรายงานศึกฉบับแรกจากหวังเจี้ยน ก็ล่วงเข้าวันที่หกหลังจากเขาออกจากซุ่ยเย่แล้ว
ผู้ส่งสารเป็นนายทหารสำนักองครักษ์ฝ่ายขวาคนหนึ่งจากคณะทูต เขาเปลี่ยนม้าถึงสิบเอ็ดตัว เดินทางข้ามเขาหลิงซานแล้วฝ่าหิมะมาจนถึงฉิวฉือ พอเข้ามาในกระโจมใหญ่และส่งรายงานศึกถึงมือ ร่างทั้งร่างก็หมดสติล้มลงกับพื้น
หลี่เจิ้นผู้รับจดหมายรีบให้คนประคองเขาไปพักฟื้นที่ค่ายด้านหลัง
ทว่าข่าวในรายงานศึกกลับมีน้อยนิดเหลือเกิน
แคว้นสือกำลังรวบรวมเสบียง สัตว์บรรทุกสัมภาระ และลูกธนู กองทัพใหญ่จากเหอจงสายหนึ่งมุ่งหน้าไปยังทาลัสแล้ว บ้างกล่าวว่ามีทหารสามหมื่น บ้างก็ว่ามีเพียงไม่กี่พันคน บ้างว่าผู้นำทัพคือเจ้าผู้ครองบูคารา บ้างก็ว่ามีเพียงแม่ทัพคนหนึ่งแห่งซามาร์คันด์
สิ่งเดียวที่หวังเจี้ยนยืนยันได้คือ
กองทัพนี้แตกต่างจากกองกำลังพันธมิตรที่อาร์สลานรวบรวมขึ้นอย่างฉุกละหุก
พวกเขาจัดกำลังเป็นสามกอง ทั้งหน้ากลางหลัง เคลื่อนพลตามกำหนดในแต่ละวัน รถลำเลียงเสบียงไม่เคยแยกจากกองหลัง แต่ละหน่วยไม่ได้รับอนุญาตให้ไล่ล่าศัตรูตามอำเภอใจหรือปล้นสะดมส่งเดช แม้แต่หญ้าอาหารสัตว์ก็ยังซื้อจากชนเผ่าระหว่างทาง พร้อมให้คำมั่นว่าจะรักษาทุ่งหญ้าไว้
สองวันต่อมา รายงานศึกฉบับที่สองก็มาถึง
หวังเจี้ยนซุ่มโจมตีไม่สำเร็จ สูญเสียคนไปกว่าสองร้อย เขาอพยพชาวบ้านและปศุสัตว์ในซุ่ยเย่มุ่งตะวันออกแล้ว ทหารม้าที่คณะทูตเกณฑ์ชั่วคราวจากเหล่าขุนนางแคว้นฉิวฉือ ซูเล่อ และที่อื่น ๆ ดูจะไม่ใช่คู่มือของกองทัพเหอจง ทำให้คนในค่ายต่างพากันตระหนักถึงสถานการณ์มากขึ้น
กองทัพเหอจงยังคงรุกคืบเข้ามา หวังเจี้ยนเตรียมถ่วงทัพศัตรูต่อไปทางทาลัส
หลี่เย่เรียกบรรดาแม่ทัพมาประชุมทันที
