ไม่ว่าอย่างไร การมาถึงของหลี่เย่ก็เปรียบเสมือนส่งถ่านกลางหิมะให้ราชสำนักซึ่งหลบหนีมายังซิงหยวนในยามนี้
ในบรรดาแคว้นอำนาจท้องถิ่น ส่วนใหญ่ต่างตกอยู่ในภาวะลังเลไม่แน่ใจ กระทั่งเกาเพียนแห่งหวยหนาน ผู้เป็นขุนศึกอาวุโสซึ่งมีอิทธิพลสำคัญทั้งในและนอกราชสำนัก ยังเลือกเฝ้าดูสถานการณ์ อีกทั้งยอมรับระบอบเจี้ยนเจินของหลี่อวิ้น ทำให้ตู้ร่างเหนิง เสนาบดี และหยางฟู่กง ซูมี่สื่อ (ราชเลขาธิการฝ่ายทหาร) ตลอดจนคนอื่น ๆ ต่างตกอยู่ในความหวาดหวั่น
การปรากฏตัวของหลี่เย่กลายเป็นแคว้นอำนาจแรกทั่วแผ่นดินที่แสดงจุดยืนสนับสนุนหลี่เซวียนด้วยการกระทำจริง พร้อมทั้งประณามระบอบหุ่นเชิดที่ฉางอัน
กองทัพถังในบริเวณรอบเมืองซิงหยวนที่ยังรับบัญชาได้ในยามนี้ เหลือเพียงกำลังที่แตกพ่ายของกองทัพเสินเช่อภายใต้ซ่งเหวินทงและหยางเซิ่ง รวมแล้วไม่ถึง 3,000 นาย
ยังมีทหาร 1,000 นายของหวังเจี้ยน ผู้เป็นแม่ทัพแห่งกองจงอู่ในดินแดนสู่
ถัดลงไปทางใต้ เช่นเฉินจิ้งเซวียนกับเกาเหรินโฮ่ว แม้จะมีไพร่พลไม่น้อย ทว่ากลับยากจะระดมมาใช้ได้
ตามเหตุผลแล้ว หลี่เย่ก็นำมาเพียงทหารม้า 3,000 นายเท่านั้น
ทว่าสำหรับราชสำนักซิงหยวนในยามนี้ สิ่งสำคัญมิใช่กำลังทหารของหลี่เย่ หากเป็นตัวเขาเอง
เพราะแม้ที่นี่จะมีเสนาบดีอยู่หลายคน ทั้งยังมีขุนนางบางส่วนที่หนีออกจากฉางอันและติดตามขบวนเสด็จมา ทว่ากลับไม่มีแม่ทัพผู้มีชื่อเสียงซึ่งสามารถบัญชาการกองทัพมาประจำอยู่เลย ผู้เดียวที่พอมีคุณสมบัติบ้างก็คือซ่งเหวินทง จื่อฮุยสื่อ (นายทัพ)กองทัพเสินเช่อ
ส่วนหลี่เย่นั้น เรื่องอื่นยังไม่ต้องกล่าวถึง ฝีมือการรบของเขาเป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งใต้หล้า
ฟันหวงขุยขาด ณ แม่น้ำเว่ย สังหารหวงเย่ ณ ป้าซ่าง บุกเข้าฉางอันเป็นคนแรก ไล่ติดตามหวงเฉา พิชิตทู่ป๋อ กอบกู้เหอหลง
ในยามนี้ หากกล่าวถึงผลงานทางทหาร ผู้ที่เหนือกว่าหลี่เย่ก็มีเพียงเกาเพียน ผู้มีผลงานพิชิตแว่นแคว้นเท่านั้น (แม้ก่อนราชวงศ์ถังล่มสลายถึงยี่สิบปี เขาก็ยังปราบอันหนานได้ก่อน นับว่ามีผลงานการศึกโชกโชน)
มีแม่ทัพผู้เลื่องชื่อทั่วใต้หล้าเช่นนี้ประจำอยู่ อย่างน้อยทุกคนก็วางใจเรื่องความปลอดภัยได้
