ตัวตั่วซือหม่าไม่ได้เป็นชื่อของบุคคล หรือกล่าวอีกอย่างก็ไม่ใช่ชื่อของชนเผ่า
แต่เป็นคำเรียกรวมพื้นที่ที่ชาวทู่ป๋อกระจายตัวอยู่แถบเหอหวง
หลังกลางคริสต์ศตวรรษที่ 9 ทู่ป๋อตกอยู่ในภาวะกบฏภายใน จ้านผู่ผู้สืบทอดอำนาจแต่เดิมแตกออกเป็นหลายฝ่าย ต่างไม่ยอมอ่อนข้อให้กัน ก่อเกิดเป็นสายกษัตริย์ลาซาที่ปักหลักอยู่ในลาซา สายอาลี่ที่ยึดครองฝั่งตะวันตกของทิเบต ตลอดจนกษัตริย์ย่าเจ๋อและกษัตริย์หย่าหลง
ทู่ป๋อสายหนึ่งซึ่งเป็นชนเผ่าหลักได้อพยพมายังเหอหลง เรียกว่าชนเผ่าชิงถัง และอยู่ใต้การปกครองของสายหย่าหลง
ทว่าพวกเขาต่างจากทู่ป๋อสายหลักอื่นอยู่บ้าง เพราะทู่ป๋อแถบเหอหวงเป็นแหล่งรวมผู้คนหลากหลายเผ่าพันธุ์อย่างแท้จริง
ในอดีต ทาสทู่ป๋อจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวฮั่นแห่งเหอซี ถูกกลืนกลายเป็นคนเผ่าป่าเขา เรียกว่า “ว่อโม่” และกลายเป็นองค์ประกอบหลักของผู้คนที่นี่
ความหลากหลายทางเผ่าพันธุ์ทำให้ทั่วทั้งเขตเหอหวงตกอยู่ในสภาพไร้ผู้ปกครอง แต่ละภูเขาต่างมีอำนาจของตน กองกำลังแต่ละฝ่ายมีพลังทัดเทียมกัน
ถึงทู่ป๋อจะล่มสลายไปแล้วในยามนี้ ทว่าสายกษัตริย์หย่าหลงยังคงมีบารมีอยู่มาก
ชื่อฉยง หลานชายของจ้านผู่พระองค์สุดท้ายแห่งทู่ป๋อ ตั้งมั่นอยู่ที่เมืองฉินอ๋างต๋าเจ๋อแห่งหย่าหลง และรวบรวมกำลังขึ้นใหม่ทางตะวันออกของทู่ป๋อ ซึ่งก็คือแถบเสฉวนกับชิงไห่
ยามหลี่เย่เริ่มกอบกู้ฮุ่ยโจว ชื่อฉยงยังไม่มีปฏิกิริยาใด
แต่เมื่อหลานโจวถูกตีแตกตามมา บรรดาชนเผ่าฟานในเขตเหอหวงต่างหวาดหวั่น จึงหันไปขอความคุ้มครองจากกษัตริย์หย่าหลงโดยธรรมชาติ
ชื่อฉยงจึงให้ชื่อเต๋อ โอรสองค์รอง นำทหารชั้นยอดจากเผ่าหลักหนึ่งหมื่นนาย พร้อมชนเผ่าว่อโม่อีกห้าพันคน มาเป็นกำลังหนุน รวบรวมชนเผ่าฟานแห่งเหอหวงให้ร่วมต้านทานและขับไล่กองทัพถัง
ชื่อเต๋อเป็นผู้มีความสามารถโดดเด่นที่สุดในบรรดาบุตรของกษัตริย์หย่าหลงชื่อฉยง ขณะนั้นมีอายุเพียง 30 ปี อยู่ในวัยฉกรรจ์ เมื่อได้รับบัญชาก็รับคำทันที
ดังคำกล่าวว่า อูฐผอมตายยังตัวใหญ่กว่าม้า
