คบกันจะดูนิสัยหรือหน้าตาสำคัญกว่ากัน?
เสิ่นหนานจือคิดมาตลอดว่าอย่างแรกสำคัญกว่า แต่ข้อหลังต่างหากที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งปวง
เธอไม่เคยพูดคำว่ารัก
เพราะคำว่ารักนั้นยิ่งใหญ่เกินไป มีความหมายครอบคลุมมากมาย
อย่างมากเธอก็หยุดอยู่แค่คำว่าชอบ ชอบกลิ่นกายของอีกฝ่าย ชอบอยู่ด้วยกัน
จู่ ๆ ผู้คนก็พากันไปรวมกลุ่ม
เสิ่นหนานจือหันไปมอง ก็เห็นกู้ยวนที่ชอบทำตัวเด่นคนนั้น
และพี่ชายแท้ ๆ ของเธอที่ตามมาติด ๆ
“สองคนนั้นมาทำไมกัน? มาใช้ชีวิตแบบคนหนุ่มสาวหรือไง?”
ฉืออินกระซิบแซว
ทำเอาเสิ่นหนานจือหลุดหัวเราะออกมา
บางครั้งพูดอะไรก็พูดตรง ๆ นี่ก็ดีเหมือนกัน
เสิ่นหนานจือเองก็แอบอิจฉานิสัยแบบฉืออินอยู่ไม่น้อย เพราะฉืออินมีครอบครัวคอยหนุนหลัง
จึงพูดอะไรก็ไม่ต้องคอยกังวล
ซางอวี๋ยืนอยู่ข้างเสิ่นหนานจือ ค่อย ๆ ใช้นิ้วก้อยเกี่ยวมืออีกฝ่ายอย่างหยั่งเชิง
เสิ่นหนานจือไม่ได้สะบัดมือหนี และไม่ได้พูดว่าตกลงหรือไม่ตกลง
เพราะชอบ จึงห้ามใจไม่ได้
ชาติที่แล้ว วันที่เธอแต่งงานกับกู้ยวน เธอมีความสุข แต่พอพิธีจบลง เธอกลับรู้สึกราวกับหมดเรี่ยวแรง
เธอเกลียดทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้
รู้สึกว่าความรักและความรู้สึกของตัวเองถูกควบคุม คืนนั้นเธอนั่งอยู่บนเตียงเพียงลำพัง พลางคิดว่า
กู้ยวนมีข้อเสียตั้งมากมาย แล้วเธอจะชอบอีกฝ่ายได้อย่างไร?
ดังนั้นต่อให้กู้ยวนต้องการมีความสัมพันธ์แบบนั้นกับเธอ เธอก็ยังขัดขืนสุดชีวิต
ถึงขั้นทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บตรงจุดสำคัญ
อีกฝ่ายถึงได้ยอมปล่อยเธอไป
